ผักเชียงดา ผักเป็นยาช่วยแก้โรคเบาหวาน บำรุงตับอ่อน ช่วยต้านมะเร็ง

Advertisements

Advertisements



ผักเชียงดา ผักเป็นยาช่วยแก้โรคเบาหวาน บำรุงตับอ่อน ช่วยต้านมะเร็ง

เราทราบกันดีว่า ทั่วทุกภาคของประเทศไทย มีทรัพยากรที่เป็นสมบัติของผืนถิ่น ในกลุ่มประเภทอาหาร นอกจากข้าวแล้ว เห็นจะมีก็แต่พืชผักที่เป็นของดี หาได้ในทุกพื้นที่ และผักต่างๆ ยังจำแนกได้เป็นหลายร้อยชนิด มีทั้งล้มลุก ยืนต้น ใต้ดิน บนดิน กินราก ต้น หัว ดอก ใบ ผล และเถาเลื้อย เช่นผักชนิดนี้ ที่พบเห็นได้มากในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยเรา มีหลายชื่อเรียก แต่ที่รู้จักกันแพร่หลาย รู้จักกันมานาน และนิยมใช้เป็นผักประกอบอาหาร เราเรียกเขาว่า “ผักเชียงดา” มีผู้รู้มากมายหลายท่านได้เผยแพร่สรรพคุณกันมามากแล้ว ที่ขอเอามาเล่าถึงตอนนี้ เพราะเกรงว่าจะถูกนำไปเป็นลิขสิทธิ์ของคนบ้านอื่นเมืองอื่นเขาได้

“ผักเชียงดา” มีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น ผักเจียงดา ผักเซ่งดา ผักม้วนไก่ ผักเซ็ง ผักฮ้วนไก่ ผักอีฮ้วน ผักจันปา หรือ เชียงดา เจียงดา จินดา ก็เรียกกันแต่ละพื้นถิ่น มีชนิดหนึ่งเรียก “ผักวุ้น” หรือ “ผักว้น” ต่างกันที่ลวดลายบนใบ คุณสมบัติอื่นๆ เหมือนกัน ซึ่งผักเชียงดานี้ เป็นไม้เถาเลื้อยยาว พาดพันขึ้นต้นไม้ กิ่งไม้ หรือค้าง เถามีสีเขียว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5-5 เซนติเมตร ยาว 5-10 เมตร

ทุกส่วนของต้นเมื่อทำให้เกิดแผล จะพบยางสีขาวเหมือนน้ำนม ใบสีเขียวเป็นใบเดี่ยวกลมรี ฐานใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ สีผิวหน้าใบเขียวกว่าหลังใบ ออกใบเรียงเป็นคู่ตรงข้ามกัน ลักษณะดอกออกเป็นช่อสีขาวอมเขียวอ่อน ช่อดอกแน่น ดอกกลมขนาดเล็กเพียงแค่ 5-6 มิลลิเมตร ผลเป็นฝักคู่ ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำเถาหรือกิ่ง ขึ้นได้ดีในสภาพดินร่วนซุย ความชื้นพอประมาณ แสงแดดจัดปานกลาง ถึงร่มรำไร เจริญเติบโตดี เร็ว ทนทาน อายุยืนหลายปี ถ้าปลูกแบบการค้า จัดเป็นแปลง จัดต้นทรงพุ่มเตี้ยเพื่อง่ายแก่การเด็ดยอด ปลูกเป็นแถว ระยะปลูกระหว่างต้นและแถว 4×4 เมตร ได้ 100 ต้น ต่อไร่ หรือจะปลูกระยะต้นมากกว่านี้ก็ได้ และต้องทำค้างให้เถาเลื้อยได้พอเหมาะ เราขยันเด็ดยอด ผักเชียงดาก็ขยันออกยอดแตกกิ่งได้ตลอดปี

ผักเชียงดา ชื่อวิทยาศาสตร์ Gymnema Inodorum

เป็นพืชในวงศ์ ASCLEPIADACEAE

นอกจากพบมากทางภาคเหนือของไทยแล้ว ยังพบในประเทศอินเดีย ศรีลังกา มาเลเซีย เวียดนาม พม่า จีน ญี่ปุ่น จนถึงแอฟริกา หลายปีก่อนเป็นข่าวฮือฮา แต่ไม่ฮา ว่าญี่ปุ่น รับซื้อใบผักเชียงดา นำไปผลิตเป็นยาชงสมุนไพร รูปแคปซูล เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ลดปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือด รักษาโรคเบาหวาน ช่วยยับยั้งการดูดซึมกลูโคส เขาคงได้ข้อมูลจากอินเดีย ที่พบผักชนิดนี้ แต่ต้องการพัฒนาพันธุ์ของไทยมากกว่า เช่นเดียวกับอเมริกา ทำผักเชียงดาบรรจุแคปซูล เป็นยาเสริมสุขภาพ และระบุสรรพคุณว่า มีผงผักเชียงดา ถึง 500 มิลลิกรัม

ส่วนทางไทยเราก็พูดได้ว่า ตื่นตัวตามกระแสอาหารสุขภาพกันมาก หลายจังหวัดทางภาคเหนือ ทำเป็นผลิตภัณฑ์ชาชงพร้อมดื่ม ในบริบทสินค้าชุมชนแบบไทย และเป็นแค่ข่าวเล็กๆ ให้คนไทยเรารู้จัก คงแค่นั้น หรือคงรอให้ญี่ปุ่น อเมริกา ทำให้โด่งดังติดตลาดก่อน เราค่อยแห่ตามกระแส มองแถวเวียดนาม พม่า มาเลย์ ไว้ให้ดีด้วย

แกงผักเชียงดาใส่ปลาแห้ง

คุณค่าทางอาหารของผักเชียงดามีมากมาย และมีคุณสมบัติเฉพาะตัวของผักพื้นบ้าน เช่นเดียวกับผักชนิดอื่นๆ ในยอดและใบอ่อน 100 กรัม ให้พลังงานกว่า 60 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 8.6 กรัม โปรตีน 5.4 กรัม ไขมัน 1.5 กรัม เส้นใยอาหาร 2.5 กรัม ฟอสฟอรัส 98 มิลลิกรัม แคลเซียม 78 มิลลิกรัม สังกะสี 2.3 มิลลิกรัม เหล็ก 2.3 มิลลิกรัม วิตามินเอ 5905 iu. วิตามินบีหนึ่ง 981 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.32 มิลลิกรัม วิตามินซี 153 มิลลิกรัม ไนอะซีน 1 มิลลิกรัม

ประโยชน์ทางยา นับได้ว่า ผักเชียงดา เป็นสมุนไพรที่มากคุณค่าชนิดหนึ่ง หมอพื้นบ้าน คนพื้นถิ่น ได้ตรวจสอบผลในการบำรุงร่างกาย รักษาโรคภัยต่างๆ ได้ ตำรายาหมอพื้นบ้านแนะนำให้ใช้ตำพอกกระหม่อม รักษาไข้หวัด ไอ ขับเสมหะ บรรเทาภูมิแพ้ หืดหอบ หลอดลมอักเสบ ปวดแสบปวดร้อน อักเสบ บิด ขับปัสสาวะ ช่วยระบบขับถ่าย ขับระดู แก้กามโรค ตำพอกฝี แก้งูสวัด เริม ถอนพิษ ดับพิษร้อน พิษกาฬ ไข้เซื่องซึม โรคชักกระตุก หมอไทยใช้เป็นส่วนผสมเป็นยาครอบจักรวาล หรือยาตำราหลวง หรือยาแก้หลวง

ทางการแพทย์แผนปัจจุบันก็ทราบดีว่า ผักเชียงดา ไม่ว่าจะเป็นส่วนใบ ยอด เถา ต้น หัว ราก ทุกส่วนเป็นยา ต้านอนุมูลอิสระ สาเหตุมะเร็งร้าย มะเร็งกระเพาะ มะเร็งตับ เส้นเลือดหัวใจอุดตัน โรคต้อกระจก ป้องกันเม็ดเลือดแดงแตก รักษาข้ออักเสบ รูมาตอยด์ โรคเกาต์ เบาหวาน ปรับระดับอินซูลิน ช่วยลดน้ำหนัก บำรุงสายตาแก้ตาฝ้าฟางเคืองตา หูดับ ฟื้นฟูตับอ่อน และคงเป็นบทพิสูจน์ทางการแพทย์แผนปัจจุบันแล้วว่า เป็นพืชที่มีตัวยาสำคัญมากมาย ญี่ปุ่น อเมริกา ถึงหาซื้อไปทำผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และยารักษาโรค

ในส่วนที่เป็นผัก ให้ชาวบ้านนำมาประกอบอาหาร คือส่วนของยอดอ่อน ใบอ่อน มักเจริญเติบโตในฤดูฝน แต่ยอดอร่อยต้องยอดใบหน้าแล้ง ยอดหน้าฝนจะรสเฝื่อน ใช้บริโภคเป็นผักลวก หรือผักสด แกล้มส้มตำ ยำมะม่วง ลาบ หลู้ นำไปแกงผักใส่ปลาแห้ง แกงแค แกงผักรวมมิตร ด้วยผักเชียงดา ผักดีด ชะอม ผักเสี้ยว และอีกสารพัดเมนู แต่อยากแนะนำ กินผักเชียงดาแบบสด มีคุณค่าทางอาหารมากกว่าทำให้สุก

และขอเตือนนิดหนึ่ง กินผักเชียงดามากๆ ระวังจะมีผลทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำกว่าปกติ สรุปได้ว่าคุณสมบัติที่โดดเด่น ในสรรพคุณของผักเชียงดา คือรักษาบำบัดโรคเบาหวาน


ลำต้นสีเขียวเป็นเถา ความยาวขึ้นอยู่กับอายุ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5-5 เซนติเมตร ทุกส่วนที่อยู่เหนือดินของต้นจะมีน้ำยางสีขาวคล้ายน้ำนม

ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกจากข้อเรียงเป็นคู่ตรงข้ามกัน ใบทรงรี ปลายแหลม ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย กว้าง 9-11 เซนติเมตร ยาว 14.5-18.5 เซนติเมตร แผ่นใบเป็นสีเขียวเข้ม ท้องใบมีสีอ่อนกว่า ผิวใบเรียบไม่มีขน ก้านใบยาว 3.5-6 เซนติเมตร

ดอก ออกเป็นช่อแน่นสีขาวอมเขียว’อ่อน ดอกย่อยเล็กกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5-6 มิลลิเมตร

ผลเป็นฝักคู่ ข้างในมีเมล็ดมาก

ขยายพันธุ์เพาะเมล็ด ชอบอากาศเย็น ความชื้นปานกลาง แสงแดดเต็มวัน

ปัจจุบันมีงานวิจัยระบุว่าผักเชียงดา สามารถช่วยบำรุงตับอ่อนที่ไม่ผลิตอินซูลิน สาเหตุหนึ่งของโรคเบาหวานให้ทำงานได้ดีขึ้น โดยเอายอดอ่อนหรือใบอ่อนต้มกับน้ำจนเดือด ดื่มขณะอุ่นแทนน้ำวันละ 2-3 แก้ว จะช่วยบำรุงตับอ่อนและลดเบาหวานได้

ตำรายาไทยไม่มีการบันทึกสรรพคุณ ทว่า ทางภาคเหนือใช้ใบสดตำละเอียดพอกกระหม่อมรักษาไข้และอาการหวัด ขณะที่ใช้แกงรวมกับผักตำลึง ยอดชะอม ช่วยแก้แพ้ แก้โรคท้องผูก

ที่มาข้อมูล: เชียงดา? ผักฆ่าน้ำตาล ช่วยรักษาเบาหวาน. ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร , หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์
ขอบคุณที่มา:เทคโนโลยีชาวบ้าน
Advertisements


Advertisements


Advertisements
SHARE
    Blogger Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น