ไขข้อข้องใจ! "พลาสติก" ห่อ "ฟูกที่นอน" ควรแกะออกหรือไม่ วันนี้มีคำตอบ

Advertisements

Advertisements



ไขข้อข้องใจ! "พลาสติก" ห่อ "ฟูกที่นอน" ควรแกะออกหรือไม่ วันนี้มีคำตอบ

บางคนเชื่อว่าหากไม่แกะพลาสติกห่อฟูกที่เพิ่งซื้อมาใหม่นั้นจะทำให้ฟูกเก่าช้าลง แต่มันเป็นความเชื่อที่ผิดสุดๆเลยล่ะ เพราะนั่นไม่เพียงจะทำให้อายุการใช้งานของฟูกน้อยลงแต่ยังมีผลเสียต่อร่างกายของคนเราอีกด้วย!

แผ่นพลาสติกที่ใช้คลุมฟูกมานั้นใช้เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกในขณะขนส่ง เหมือนกับของอื่นๆเช่นขนมและของใช้ แผ่นพลาสติกนี้มีราคาทุนเพียง10-20บาทต่อ1กิโลกรัม เพราะฉะนั้นก็อย่าเสียดายเลยถ้าคุณเตรียมผ้าปูเตียงไว้พร้อมแล้วล่ะก็ฉีกมันทิ้งไปซะเถอะ

พลาสติกที่ห่อฟูกมานั้นควรแกะออก เพื่อให้ฟูกมีการระบายอากาศที่ดี ยิ่งเป็นฟูกที่เราใช้นอนด้วยแล้วความร้อนและความชื้นจากร่างกายจะถูกดูดซึมโดยฟูกและจะระบายออกมาสู่อากาศในช่วงที่เราไม่ได้อยู่บนที่นอน

หากไม่แกะพลาสติกออกฟูกนอนก็จะไม่สามารถคายความชื้นออกมาได้และยิ่งเรานอนนานๆผ้าห่มก็จะดูดความชื้นจากร่างกายเอาไว้ ยิ่งทำให้ฟูกขึ้นราได้ง่ายแถมยังเป็นแหล่งเจริญเติบโตและเพาะพันธุ์ที่ดีของไรฝุ่นและแบคทีเรียอีกด้วย แถมความชื้นที่สะสมยังจะทำให้สปริงในฟูกขึ้นสนิมได้ง่าย

ร่างกายของคนเรานั้นจะขับเหงื่อออกมาคืนละประมาณ1ลิตรแต่ถ้านอนบนฟูกที่ไม่ได้แกะพลาสติกแล้วล่ะน้ำในร่างกายจะถูกขับออกมาได้ยากขึ้น ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว หลับไม่สนิทและพลิกตัวบ่อยขึ้น

4 ข้อสังเกตลักษณะการเสื่อมสภาพของที่นอน

ปกติแล้วอายุการใข้งานของที่นอนจะอยู่ประมาณตั้งแต่ 10-20 ปีเลยทีเดียว อาจน้อยหรือมากกกว่านี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการใช้งานและการดูแลรักษา การสังเกตุความเสื่อมสภาพของที่นอนอาจสังเกตุได้จาก เริ่มมีอการปวดหลัง ปวดตัวภายหลังจากการตื่นนอน หรือ ที่นอน อาจมีการยุบตัวเป็นแอ่งไม่กลับคืนสภาพเดิม ทั้งที่ลองทำการกลับด้านหน้าและด้านหลังของที่นอนเพื่อใช้งานแล้ว ซึ่งนี่ถือเป็นลักษณะหนึ่งของความเสื่อมภาพของที่นอน โดยจะต้องพิจารณาลักษณะอื่นๆ ประกอบไปด้วยดังนี้

1. ที่นอนไม่นิ่มมากเกินไป มีการคืนสภาพดีที่นอนจะต้องมีความนุ่มและความหนาแน่นเท่ากันทั้งหมด ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งของที่นอนนิ่มมากเกินไป

ยกตัวอย่าง เช่น เมื่อเรานั่งลงไปบนที่นอน จะต้องไม่นิ่มยวบลงไปมากจนเกินไปซึ่งความนิ่มที่มากเกินไป ย่อมส่งผลเสียอาการปวดหลังอย่างแน่นอน สามารถทำการทดสอบได้ด้วยการลองสอดมือเข้าไปช่วงแผ่นหลังและสะโพกในขณะที่นอนอยู่ ถ้าหากสามารถสอดมือเข้าไปได้ง่ายและมีช่องว่างระหว่างร่างกายและที่นอนมากเกินไป แสดงว่าที่นอนนิ่มมากเกินไป แต่ถ้าหากสอดมือเข้าไปได้ยากและไม่มีช่องว่างใดๆ ระหว่างร่างกายกับที่นอน แสดงว่าที่นอน ยังมีประสิทธิภาพดีอยู่ เหมาะต่อการนอนหลับพักผ่อน

2. มีการยุบตัวบริเวณกลางที่นอน

การแอ่นตัวหรือการยุบตัวของที่นอน สามารถแก้ไขได้ด้วยการกลับด้านของที่นอน แต่ในความเป็นจริงแล้วการกลับด้านอาจใช้ไม่ได้ผลเสมอไป เพราะถ้าหากที่นอนมีความเสื่อมสภาพ ที่นอนไม่มีการคืนตัว เกิดการยุบตัวเป็นแอ่น ถ้าฝืนใช้ในต่อไป ส่งผลทำให้มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายเรื้อรัง และที่แย่ไปกว่านั้นคือ เนื่องจากอายุการใช้งานที่ยาวนานทำให้สารป้องกันเชื้อโรคต่างๆ เสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา ส่งผลให้เกิดการสะสมไรฝุ่น เชื้อโรค เชื้อราและแบคทีเรียต่างๆ ซึ่งอาการภูมิแพ้ ความเจ็บป่วยของร่างกาย ที่นอน ที่เสื่อมสภาพย่อมส่งผลโดยตรงต่ออาการปวดหลัง ปวดไหล่ อีกทั้งทำให้กระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อหลังอยู่ในท่าคล่อมตลอดการนอนหลับ เกิดเกิดความตึงเครียดและเกร็งกล้ามเนื้อ ทำให้หลังแอ่นเนื่องจากที่นอนไม่รองรับกับสรีระร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หลังจากการตื่นนอนมีอาการปวดหลังนั้นเอง

3. ที่นอนเก่า แหล่งสะสมไรฝุ่น รู้หรือไม่ว่าฝุ่นในบ้าน 1 กรัม สามารถมีไรฝุ่นได้ถึง 500 ตัวเลยทีเดียว

ยิ่งใน ที่นอนและหมอนเก่าที่ใช้มาเป็นระยะเวลานานด้วยแล้ว หากคำนวณน้ำหนักของหมอนเก่าประมาณ 6 ปี 1 ใน 10 ของน้ำหนักหมอนจะมาจากไรฝุ่นและมูลของไรฝุ่นและยิ่งเป็นในที่นอน 1 หลัง สามารถมีไรฝุ่นอาศัยอยู่ได้ถึง 2 ล้านตัวซึ่งจะว่าไปแล้วยิ่งที่นอนยิ่งมีขนาดใหญ่และมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งโอกาสสะสมได้ไรฝุ่นมากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งมูลของไรฝุ่นสามารถฟุ้งกระจายได้ง่ายมากๆ โดยสามารถลอยฟุุ้งกระจายเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของเราได้ในขณะที่นอนหลับ ซึ่งการทดสอบว่า ที่นอนของเรามีฝุ่นสะสมอยู่มากแค่ไหนอาจทำโดยการเคาะ หรือตบที่นอน ดูว่ามีฝุ่นลอยขึ้นฟุ้งมากไหม (อย่าลืมใช้ผ้าปิดจมูกกันเอาไว้) และพิจารณาถึงอายุการใช้งาน ว่าสมควรเปลี่ยนหรือทำความสะอาด ซึ่งถ้าหากใช้งานมานานเกิน 7-10 ปีแล้ว ก็สมควรแก่เวลาเปลี่ยนใหม่แล้วล่ะ

4. มีการชำรุดเสียหาย

หากที่นอนมีความชำรุดเสียหาย ย่อมส่งผลเสียต่อการนอนหลับพักผ่อนอย่างแน่นอน โดยความขำรุดเสียหายเกิดขึ้นได้หลายแบบ เช่น ที่นอนมีการฉีกขาดจนไส้ในของที่นอนมีการทะลักล้นออกมา ทำให้ความหนาแน่นที่อยู่ด้านในที่นอนไม่สมดุล ไม่ได้ประสิทธิภาพในการนอนหลับพักผ่อน ทำให้ในขณะที่นอนเกิดอาการไม่สบายตัว ปวดเมื่อยตามร่างกายได้ นอกจากนี้ยังทำให้ฝุ่นที่สะสมอยู่ภายในของที่นอนฟุ้งกระจายออกมา ทำให้ระบบทางเดินหายใจมีปัญหา รวมไปถึงเตียงนอน ถ้าหากมีการหักงอไม่แข็งแรง ควรรีบเปลี่ยนหรือซ่อมแซมทันทีไม่เช่นนั้นอาจจเกิดอุบัติเหตุได้

ภัยเงียบจากที่นอนที่หลายคนมองข้าม

เชื่อว่าการนอนหลับคือ การพักผ่อนที่ดีที่สุด ดังนั้น ทุกคนจึงพิถีพิถันเรื่องการดูแลทำความสะอาด จัดห้องนอนให้ดูน่านอนและเงียบสงบมากที่สุด เพื่อให้สามารถนอนหลับได้อย่างสนิท แต่คุณรู้หรือไม่ว่าในห้องนอนของคุณต่อให้จัดสวยงามและเงียบสงบเพียงใด ก็ไม่พ้นที่จะมีไร้ฝุ่นในที่นอนอยู่ดี ซึ่งเจ้าไรฝุ่นตัวนี้เป็นตัวนำพาปัญหาสุขภาพมาให้คุณในอนาคตนั่นเอง

ไรฝุ่นเกิดจากอะไร?

ไรฝุ่นมักจะมาพร้อมกับฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ตามอากาศ และเจริญเติบโตได้ดีในเส้นใยที่หนาแน่น เช่น ในที่นอน หมอน ฟูก และตุ๊กตา โดยไรฝุ่นจะอาศัยเศษเซลล์ผิวหนังที่ร่วงจากตัวของเราวันละเกือบล้านชิ้นเป็นอาหาร รวมไปถึงเหงื่อที่ร่างกายของเราผลิตยามนอนหลับ ยิ่งเป็นตัวช่วยทำให้ไร้ฝุ่นมีการเจริญเติบโตได้ดีอีกด้วย จนสามารถขยายและแพร่พันธุ์อาศัยอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ได้ โดยที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

อันตรายจากไรฝุ่น

ไรฝุ่นเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดผื่นคันซึ่งลามไปถึงทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นภูมิแพ้ หากมีการไปสัมผัสโดนไรฝุ่นที่ตายแล้ว ร่างกายก็จะสร้างภูมิต้านทาน (antibodies) และปล่อยสารเคมีออกมาทำให้ผิวหนังเกิดอาการระคายเคือง มีอาการบวมเกิดขึ้นที่ผิวหนัง บางรายอาจมีอาการไอหรือจาม อาจลุกลามไปถึงมีอาการหอบหืดที่อันตรายต่อชีวิต โดยสาเหตุที่ทำให้หลายคนเป็นโรคภูมิแพ้ก็คือ การมองข้ามการกำจัดไรฝุ่นบนที่นอนนั่นเอง ซึ่งเมื่อทราบถึงอันตรายของไรฝุ่นที่มีต่อสุขภาพแล้ว การกำจัดไรฝุ่นบนที่นอนของคุณจึงเป็นวิธีการป้องกันปัญหาสุขภาพได้ดีที่สุด

วิธีแก้ปัญหาไรฝุ่น

ให้นำที่นอนออกไปทำความสะอาดเหมือนที่คนสมัยก่อนเคยทำ โดยให้ยกที่นอนนำออกไปตากแดด เพราะการตากแดดจะทำให้ไข่ของไรฝุ่นฝ่อ และเชื้อโรคที่อยู่ด้านในที่นอนจะตายลง จากนั่นให้นำหวายหรือไม้มาตีที่นอน เพื่อไล่ปริมาณฝุ่นหรือเชื้อโรคที่อยู่ในที่นอนออกไปให้เยอะมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สำหรับคนที่ไม่สะดวกทำเอง แนะนำให้จ้างบริษัทกำจัดไร้ฝุ่นให้ช่วยจัดการแทน เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะมีวิธีการและขั้นตอนที่มีมาตรฐานในเรื่องของการทำความสะอาด รวมไปถึงเครื่องมือที่ทันสมัย ทำให้เชื่อใจเรื่องความสะอาดได้

อันตรายจากไรฝุ่นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย ดังนั้น เพื่อการพักผ่อนและเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี จึงไม่ควรมองข้ามเรื่องของอันตรายรอบข้างที่คุณอาจจะมองไม่เห็นอย่างไรฝุ่น เพราะฉะนั้นทุกคนควรหันมาใส่ใจเรื่องความสะอาดบนที่นอนของคุณให้มากขึ้น มิฉะนั้นไรฝุ่นเล็กๆ เหล่านี้อาจเป็นตัวอันตรายที่คอยทำลายสุขภาพของคุณได้

เรียบเรียงโดย : จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต
ที่มา...https://www.sportringside.com/contents/59696
Advertisements


Advertisements


Advertisements
SHARE
    Blogger Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น