สูตรทำน้ำต้มใบชะพลู เครื่องดื่มสมุนไพรโบราณ ดื่มช่วยพิชิตเบาหวานและบำรุงสายตา

Advertisements

Advertisements

สูตรทำน้ำต้มใบชะพลู เครื่องดื่มสมุนไพรโบราณ ดื่มช่วยพิชิตเบาหวานและบำรุงสายตา

ใบชะพลู นิยมนำมากินเมี่ยงคำ พวกผู้ใหญ่หลายคนอาจจะชอบ แต่อาจไม่ถูกปากเด็กๆ เท่าไรนัก แต่ถ้าลองได้อ่านบทความนี้หลายคนอาจจะเปลี่ยนใจ เพราะใบชะพลูมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากตั้งแต่ ผล ราก ต้น ใบ ดอก ล้วนมีสรรพคุณทางยาทั้งสิ้น

ชะพลู ผักใบเขียวเข้ม มีเบต้าแคโรทีนสูง ต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งเซลล์มะเร็ง บำรุงสายตา แก้โรคตาฟาง มีเบต้าแคโรทีนสูง มีวิตามินเอ ธาตุแคลเซียมปริมาณสูงมาก ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส คลอโรฟิลล์ กากใยอาหารสูง มีประโยชน์ต่อร่างกายแทบทั้งสิ้นบำรุงธาตุ ขับลม แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ และช่วยในการขับเสมหะ

สรรพคุณ

ผล – เป็นส่วนผสมของยารักษาโรคหืด แก้บิด

ราก ต้น ดอก ใบ – ขับเสมหะ

ราก – แก้ธาตุพิการ บำรุงธาตุ แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อขับลม แก้บิด

ทั้งต้น – แก้เสมหะ ท้องอืด ท้องเฟ้อ

วิธีและปริมาณที่ใช้รักษาโรคเบาหวาน

ใช้ชะพลูสดทั้ง 5 (หมายถึงทั้งต้นรวมราก) จำนวน 7 ต้น ล้างน้ำให้สะอาด ใส่น้ำพอท่วม ต้มให้เดือดสักพัก นำมาดื่ม เหมือนดื่มน้ำชา

*ข้อควรระวัง 

– จะต้องตรวจน้ำตาลในปัสสาวะก่อนดื่มและหลังดื่มทุกครั้ง เพราะว่าน้ำยานี้ทำให้น้ำตาลลดลงเร็วมาก ต้องเปลี่ยนต้นชะพลูใหม่ทุกวันที่ต้ม ต้มดื่มต่อไปทุกๆ วัน จนกว่าจะหาย

แก้ท้องอืดเฟ้อ ขับลม

ใช้ราก 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือ 1 1/2 ถ้วยแก้ว รับประประทานครั้งละ 1/2 ถ้วยแก้ว

แก้บิด

ใช้รากครึ่งกำมือ ผล 2-3 หยิบมือ ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยแก้ว กินครั้งละ 1/4 ถ้วยแก้ว

เมนูใบชะพลู

เมี่ยงใบชะพลู เมี่ยงปลาใบชะพลู ห่อหมกใบชะพลู แกงเขียวหวานปูใบชะพลู แกงคั่วหอยขมใบชะพลู กินเป็นผักสดกับน้ำพริก อาหารรสจัดทั่วไป ฯลฯ

ข้อควรระวัง ไม่ควรกินมากหรือกินติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะแคลเซียมสูงมาก จะเปลี่ยนเป็นแคลเซียมออกซาเลต (Oxalate) เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนิ่วในไตได้ ถ้ากินใบชะพลูมากๆ ต้องดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อให้สารออกซาเลตเจือจางและถูกขับออกทางปัสสาวะ

หรือจะเลือกกินกับนอาหารที่มีโปรตีนสูง จะป้องกันโรคนิ่วได้ อาหารอะไรก็ตาม ควรกินในปริมาณที่เหมาะสม คำว่า “เดินทางสายกลาง” ใช้ได้เสมอ



ขอบคุณที่มา : TNEW
Advertisements

Advertisements

Advertisements
SHARE

Loading...
    Blogger Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น