รู้ไว้บ้างก็ดี…ต่อ พรบ.ทุกปี ทำอะไรได้บ้าง? (รวมรายละเอียดการเคลม พรบ.)

Advertisements

Advertisements

รู้ไว้บ้างก็ดี…ต่อ พรบ.ทุกปี ทำอะไรได้บ้าง? (รวมรายละเอียดการเคลม พรบ.)

หากท่านเป็นอีกคน ที่ไม่ค่อยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ พรบ.รถ ในกรณีประสบอุบัติเหตุ

การใช้สิทธิ์ประกัน พรบ. การเบิก พรบ.

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เราสามารถเบิกจ่ายได้ หากเราได้ทำ พรบ. ไว้

ซึ่งเราได้รวบรวมวิธีการต่างๆ ความรู้ที่ท่านควรรู้ไว้

มาให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ รวมถึงวิธีปฏิบัติ ในกรณีเคลมประกันต่างๆด้วยครับ

พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ จะอยู่กับบริษัทกลางฯทั้งหมดครับ

วิธีปฏิบัติ

1. แจ้งความ (เอกสารในบันทึกประจำวัน)

2. เข้ารักษาพยาบาล (ใบรับรองแพทย์ และใบเสร็จรับเงิน) ถ้าโรงพยาบาลคอนเทร็คกับ พ.ร.บ.

โรงพยาบาลจะทำเบิกในอัตราเบื้องต้นให้ก่อน คือ บาดเจ็บไม่เกิน 15,000 บาท เสียชีวิตไม่เกิน 35,000 บาท

หรือถ้าเจ็บและตาย ก็ไม่เกิน 50,000 บาท  ผู้ประสบภัยจะจ่ายเพียงส่วนเกินจากอัตราดังกล่าวข้างต้น

ถ้าผู้ประสบภัยเป็นคนถูกในเหตุการณ์ดังกล่าว ให้เอาใบเสร็จส่วนเกินไปเบิกกับบริษัทกลางฯ เพิ่มเติม

3. นำใบบันทึกประจำวัน + ใบรับรองแพทย์ + ใบเสร็จรับเงินทั้งหมด(หรือส่วนเกิน + สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

(บาดเจ็บ) หรือใบมรณะบัตร (เสียชีวิต) + สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับประโยชน์(หากผู้ประสบภัยเสียชีวิต)

เข้าไป ติดต่อกับบริษัทกลางฯ เพื่อขอรับค่าสินใหมส่วนเพิ่ม(อัตราสูงสุด) หรือถ้าโรงพยาบาลไม่ได้ทำเบิกค่าเสียหาย

เบื้องต้นให้ ก็จะได้รับทั้งหมดเต็มจำนวน แต่ถ้าบาดเจ็บจะได้ไม่เกิน 50,000 บาท เสียชีวิตไม่เกิน 200,000 บาท

รวมถึงพิการ สูญเสียอวัยวะต่าง ๆ ก็ไม่เกิน 200,000 บาทเช่นเดียวกัน ถ้านอนโรงพยาบาลจะได้ชดเชยรายวัน

วันละ 200 บาท ไม่เกิน 20 ด้วย

4. เมื่อบริษัทกลางฯ ได้รับเอกสารการเคลมครบแล้ว

จะต้องทำจ่ายภายใน 7 วันทำการ ตามกฎหมายกำหนดครับ

แต่ถ้ารถมอเตอร์ไชค์ไม่มี พ.ร.บ. รถยนต์  ให้ไปขอรับค่าสินไหม พ.ร.บ. ได้จาก กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ

แต่จะได้รับในอัตราเบื้องต้นเท่านั้น คือ บาดเจ็บไม่เกิน 15,000 บาท เสียชีวิต 35,000 บาท และเจ็บและตายไม่เกิน

50,000 บาท  เอกสารเหมือนข้างต้นครับ  แต่อาจจะต้องเสียค่าปรับกับตำรวจหน่อยโทษฐานรถไม่ทำพ.ร.บ.ครับ

แล้วแต่คุณตำรวจจะพิจากรณา แล้วเอาเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่กองทุนฯ ภายใน 180 วันนับจากวันเกิดอุบัติเหตุครับ

ขอประชาสัมพันธ์การปรับเพิ่มวงเงินคุ้มครองการเบิกใช้สิทธิ์

พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535

หรือที่เราเรียกกันในปัจจุบันว่า “ประกัน พรบ.ฯ หรือ เบิก พรบ.ฯ ” โดย คสช. ประกาศปรับเพิ่ม

โดยยึดวันที่เกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2557 เป็นต้นมา โดยผู้ประสบภัยจากรถมีสิทธิ์เบิกใช้สิทธิ์

แบ่งเป็น 2 วงเงิน  ดังนี้

1. การเบิกใช้สิทธิ์ พรบ.ในวงเงินค่าเสียหายเบื้องต้น 

ค่าเสียหายเบื้องต้น ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประสบภัยจากรถ ทุกคนที่ประสบภัยจากรถคันที่ขับขี่หรือนั่งซ้อนท้ายมา

กรณีรถจยย.หรือนั่งโดยสารมาในรถกรณีรถยนต์  รวมถึงคนเดินถนน

ที่ไม่ได้ขับขี่หรือซ้อนท้ายหรือโดยสารในรถคันอื่นๆ โดยไม่ต้องรอสรุปผลทางคดี

( หมายความว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต

หรือสูญเสียอวัยวะ พรบ. จะคุ้มครองผู้ประสบภัยทุกคนทันที )

ตามลักษณะความเสียหายดังนี้

1.1   กรณีบาดเจ็บ

เบิกจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาล ในวงเงินตามที่รักษาจริงไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน

(ปรับเพิ่มจากเดิมคุ้มครองเพียง 15,000 บาท) เช่น บาดเจ็บเล็กน้อย ค่ารักษาตามใบเสร็จ 5,720 บาท

ผู้ประสบภัยจะเบิกเองหรือมอบอำนาจให้ รพ.

ตั้งเบิกกับบริษัทกลางฯ ผ่านระบบออนไลน์

(e-claim online หรือระบบสินไหมอัตโนมัติ โดยบริษัทฯ จะโอนเงินจ่ายคืน รพ.ภายใน 7 วัน

นับแต่วันที่รพ. ส่งเรื่องตั้งเบิก)

กรณี บาดเจ็บปานกลาง ถึงสาหัส  มีค่ารักษา 30,000 บาท  เบิกได้ 30,000  บาท

โดยบริษัทกลางฯ   จัดทำระบบ สินไหมอัตโนมัติและประสานขอความร่วมมือ รพ. ทุกแห่งเข้าใช้ระบบ

เพื่อลดภาระของประชาชนและผู้ประสบภัยจากรถ โดย รพ.เป็นผู้รับมอบอำนาจเบิกจ่ายจากบริษัทกลางฯ แทนปชช.

ซึ่งปัจจุบัน  ทุกรพ. จะรับมอบอำนาจเบิกแทนประชาชนอยู่แล้วค่ะ

และหากกรณีบาดเจ็บสาหัส  มีค่ารักษาเกินกว่า 30,000 บาท

จะเบิกใช้สิทธิ์ได้จากวงเงินค่าเสียหายเบื้องต้นไปก่อน 30,000 บาท

ส่วนเกินที่เหลือ ผู้ประสบภัยหรือทายาท สามารถตัดสินใจเบิกส่วนเกินดังกล่าวจาก

-สิทธิ์บัตรทอง 30 บาท ( ถ้ามี)

-สิทธิ์ประกันสังคม ( ถ้ามี)

-รอดูผลสรุปทางคดี กรณีมีคู่กรณี โดยหากคู่กรณีหรือ ผู้ขับขี่เป็นฝ่ายประมาท

เช่น ผู้ประสบภัยเป็นผู้โดยสารในรถจยย.รับจ้างขับขี่ประมาทไปล้มเอง ไม่มีคู่กรณีเฉี่ยวชน

ลักษณะเหตุแบบนี้  ผู้โดยสารจะได้รับความคุ้มครองสูงสุดกรณีบาดเจ็บ ในวงเงินค่าสินไหมทดแทน ตามข้อ 2.  ค่ะ

1.2  กรณีทุพพลภาพหรือสูญเสียอวัยวะ โดยนิยามของ พรบ.ฯ

กำหนดลักษณะของการสูญเสียอวัยวะตั้งแต่ 1 ข้อนิ้วขึ้นไป เช่น นิ้วขาด ครึ่งข้อ ไม่ถือเป็นการสูญเสียอวัยวะ

กรณีนิ้วนิ้วใด ๆ ขาด 1 ข้อ  หรือ สูญเสียมือทั้งมือ แขนทั้งแขน  เบิกใช้สิทธิ์กรณีทุพพลภาพหรือสูญเสียอวัยวะ

ได้จำนวน 35,000 บาทต่อคน (สามหมื่นห้าพันบาทถ้วน) 

1.3  กรณีถึงแก่ชีวิต เบิกจ่ายเป็นค่าปลงศพ จำนวน 35,000 บาทต่อคน (สามหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

สรุปวงเงินคุ้มครองกรณีค่าเสียหายเบื้องต้น  คุ้มครองสูงสุด 65,000 บาทต่อคน (หกหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

เนื่องจากผู้ประสบภัยจากรถ อาจได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือสูญเสียอวัยวะ และอาจถึงแก่ชีวิตได้

หรืออาจเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ   สามารถเบิกใช้สิทธิ์ในแต่ละลักษณะของการบาดเจ็บ

2. การเบิกใช้สิทธิ์ พรบ.ในวงเงินค่าสินไหมทดแทน

เป็นการเบิกใช้สิทธิ์หลังจากสรุปผลทางคดีแล้ว  ว่าผู้ขับขี่รถคันใดเป็นฝ่ายประมาท

ผู้ประสบภัยทุกคนจะเบิกใช้สิทธิ์จากวงเงินที่ใช้ไปแล้ว จากวงเงินคุ้มครองสูงสุดต่อคน

ได้จากกรมธรรม์คันที่เป็นฝ่ายผิด โดยเบิกจ่ายจากลักษณะความเสียหาย 3 ลักษณะ

เหมือนค่าเสียหายเบื้องต้นแต่วงเงินคุ้มครองสูงกว่า และเพิ่มการเบิกใช้สิทธิ์อีก 1  กรณี รวมเป็น 4 กรณี  ดังนี้

2.1  กรณีบาดเจ็บ เบิกเป็นค่ารักษาพยาบาล วงเงินคุ้มครองสูงสุดต่อคน  50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน)

โดยหากผู้ประสบภัยเบิกใช้สิทธิ์ค่าเสียหายเบื้องต้นไปแล้ว 30,000 บาท (สามหมื่นบาทถ้วน)

จะเหลือสิทธิ์เบิกค่ารักษาพยาบาลอีก 20,000 บาท(สองหมื่นบาทถ้วน)

2.2  กรณีทุพพลภาพหรือสูญเสียอวัยวะ วงเงินคุ้มครองสูงสุดต่อคน  200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน)

โดยหากผู้ประสบภัยเบิกใช้สิทธิ์ค่าเสียหายเบื้องต้นกรณีสูญเสียอวัยวะไปแล้ว 35,000 บาท (สามหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

และเบิกค่ารักษาพยาบาลไปอีก  30,000  บาท(สามหมื่นบาทถ้วน)

จะเหลือสิทธิ์เบิกค่าสินไหมทดแทน = 200,000 – 35,000-30,000

จะเหลือสิทธิ์อีก  135,000 บาท(หนึ่งแสนสามหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

2.3 กรณีเสียชีวิต วงเงินคุ้มครองสูงสุดต่อคน  200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน)

โดยหากผู้ประสบภัยเบิกใช้สิทธิ์ค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นค่าปลงศพไปแล้ว 35,000 บาท (สามหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

และเบิกค่ารักษาพยาบาลไปอีก  30,000  บาท(สามหมื่นบาทถ้วน)

จะเหลือสิทธิ์เบิกค่าสินไหมทดแทน = 200,000 – 35,000-30,000

จะเหลือสิทธิ์อีก  135,000 บาท (หนึ่งแสนสามหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

หรือ กรณีทายาทผู้ประสบภัย  เบิกใช้สิทธิ์ค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นค่าปลงศพ อย่างเดียว

เป็นจำนวน  35,000 บาท (สามหมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยไม่ได้เบิกค่ารักษาพยาบาล

จะเหลือสิทธิ์เบิกค่าสินไหมทดแทน = 200,000 – 35,000

จะเหลือสิทธิ์อีก  165,000 บาทต่อคน (หนึ่งแสน หกหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

2.4 เบิกเป็นค่าชดเชยกรณีนอนพักรักษาตัวใน รพ. วันละ 200 บาทต่อคน สูงสุดไม่เกิน 20 วัน

รวมวงเงินสูงสุด =200*20 =4,000 บาท (สี่พันบาทถ้วน)

เช่นนอนพักรักษาตัวในรพ. 5 วัน จะได้รับค่าชดเชย 200*5 วัน = 1,000 บาท

รวมวงเงินคุ้มครองสูงสุดต่อผู้ประสบภัย  204,000 บาท (สองแสนสี่พันบาทถ้วน) ต่อผู้ประสบภัย 

ซึ่งการทำความเข้าใจในการเบิกจ่ายจากสิทธิ์ พรบ. เป็นการเบิกตามเงื่อนไขตามกฏหมาย

การอธิบายให้ประชาชนเข้าใจโดยละเอียด เป็นเรื่องยากค่ะ จึงขออนุญาติเรียนแนะนำให้ผู้สนใจและผู้พบปัญหา

โทรสอบถามได้ที่สายด่วน Call Center บริษัทกลาง ฯ หมายเลข 1791

หรือเข้าไปติดต่อสอบถามที่จนท.บริษัทกลางฯ ซึ่งมีสาขาเปิดให้บริการอยู่ทุกจังหวัด

หรือหน่วยบริการประชาชนของบริษัทกลางฯ ที่รพ. จังหวัดทุกแห่ง

โดยบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด

มีเวปไซต์เช็คข้อมูลเบอร์โทรสาขาทั่วประเทศ  ที่ www.rvp.co.th

จึงขอเรียนประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้ทุกท่านได้ทราบ

 และขอขอบคุณ Pantip.com ที่เปิดช่องทางการสื่อสารสารสาธารณะนี้ ขอบคุณค่ะ

ขอแสดงความนับถือ

Surat rungareee   พนักงานบริษัทกลางฯ ผู้ให้ข้อมูลค่ะ

ติดต่อสอบถามข้อมูลผ่าน Facebook ได้ที่  surat rungaree  ค่ะ

ปล.อย่าลืมประกัน พรบ. กันนะคะ  เบี้ยประกันภัยกรณีรถจยย. เพียง 323 บาท ( กรณี ซีซีรถไม่เกิน 125 ซีซี )

เท่ากับเสียเบี้ยวันละไม่ถึง 1 บาท แต่คุ้มครองสูงสุดต่อคนถึง 204,000 บาท

( วงเงินสินไหมทดแทน ) หรือ 65,000  บาทต่อคน ( วงเงินค่าเสียหายเบื้องต้น)

โดยปัจจุบันคุ้มครองเกือบทุกกรณี ทั้งกรณีผู้ขับขี่ไม่มีใบขับขี่  ทะเบียนขาด เมาสุรา ฯลฯ

ก็สามารถเบิกใช้สิทธิ์ได้เนื่องจากเป็นการเยียวยาประชาชนผู้ประสบภัยจากรถ

เพื่อลดผลกระทบทางอุบัติเหตุทางรถค่ะ  โดยรถจยย.ทุกคันสามารถทำประกันภัยได้

ทั้งรถเก๊าเก่า   รถใหม่ป้ายแดง  คุ้มครองเท่ากันค่ะ


ที่มา...http://www.คิดเป็น.com/kd761/
Advertisements

Advertisements

Advertisements
SHARE

Loading...
    Blogger Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น