เผยวิธีดื่มน้ำมะนาวที่ถูกต้อง! เพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด

Advertisements

Advertisements

เผยวิธีดื่มน้ำมะนาวที่ถูกต้อง! เพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด

มะนาว หนึ่งในผลไม้ตระกูลส้มใกล้ตัวที่มีรสเปรี้ยว น้ำของมะนาวจะสามารถช่วยลดอาการคลื่นไส้และอาการแพ้ท้องของคุณแม่ได้เป็นอย่างดี

มะนาวนอกจากนำมาปรุงรสอาหารแล้ว ยังสามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มได้ วิธีการทำก็แสนง่าย แถมยังมีประโยชน์มากมาย มะนาวอุดมไปด้วยวิตามินซีโพแทสเซียมและโซเดียมในปริมาณมาก การบริโภคในระยะยาวจะเป็นผลดีต่อสุขภาพ

เมื่อไม่นานมานี้เว็บไซต์ต่างประเทศได้รายงานว่า คนสมัยนี้ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้นทุกที หลายคนนิยมดื่มน้ำมะนาวเป็นประจำ บางครั้งเพิ่งดื่มนมเสร็จ ก็ดื่มน้ำมะนาวตาม แต่หารู้ไหมว่า มันเป็นวิธีการดื่มที่ไม่ถูกต้อง จะมีผลกระทบต่อสุขภาพ นอกจากนมแล้ว ยังมีความเข้าใจผิดๆของการดื่มน้ำมะนาวหลายข้อ ตามไปดูกันเลยค่ะ

1. ไม่ควรดื่มน้ำมะนาวในเวลาท้องว่าง

น้ำมะนาวมีฤทธิ์เปรี้ยวและเป็นกรด ถ้าดื่มน้ำมะนาวในเวลาท้องว่างอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารได้ และควรควบคุมปริมาณการดื่มน้ำมะนาว ไม่ควรเกิน 1 ลิตรต่อวัน

2. ไม่ควรดื่มนมกับน้ำมะนาวพร้อมกัน

นมมีโปรตีนและแคลเซียมสูง ถ้าดื่มนมกับน้ำมะนาวพร้อมกันจะทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อและมีอาการไม่สบายท้องได้ และจะมีผลต่อการดูดซึมโปรตีนและแคลเซียม ทางที่ดีคือดื่มนมก่อนครึ่งชั่วโมง แล้วค่อยดื่มน้ำมะนาวตาม

3. ไม่ควรรับประทานอาหารทะเลกับน้ำมะนาวพร้อมกัน

อาหารทะเล เช่น ปลา กุ้งและปูอุดมไปด้วยโปรตีนและแคลเซียมสูง ถ้ารับประทานอาหารทะเลกับน้ำมะนาวพร้อมกัน กรดในน้ำมะนาวจะทำปฏิกิริยากับโปรตีนและแคลเซียมในอาหารทะเล ซึ่งจะส่งผลให้ย่อยอาหารได้ไม่สมบูรณ์ และจะส่งผลให้มีอาการปวดท้องแสบท้องไม่สบายตัวได้

4. ไม่ควรรับประทานแครอทกับน้ำมะนาวพร้อมกัน

เนื่องจากแครอทมีเอนไซม์แอสคอร์เบต หากรวมกับกรดในน้ำมะนาวจะส่งผลต่อการดูดซึมวิตามินซีในร่างกายของเราได้

5. ไม่ควรรับประทานกับอาหารตระกูลเดียวกันพร้อมกัน

เวลาดื่มน้ำมะนาวควรพยายามหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่เป็นกรดเช่น ส้มและน้ำส้มสายชูเนื่องจากอาหารเหล่านี้มีกรดสูง ถ้ารับประทานกับน้ำมะนาวพร้อมกัน จะส่งผลให้มีอาการปวดท้องแสบท้องไม่สบายตัวได้

ยังไงก็ตาม น้ำนะนามยังคงมีประโยชน์มากมาย เนื่องจากมะนาวมีวิตามินซีสูงและสารอาหารอื่นๆ แล้วยังอุดมไปด้วยกรดอินทรีย์ซึ่งมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียได้อย่างดี จากการทดลองแสดงให้เห็นว่าน้ำมะนาวที่มีความเป็นกรดสูงสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียในเปลือกหอยได้ในเวลาอันสั้น กรดซีตริกในมะนาวจะเป็นตัวไปป้องกันการเกิดนิ่ว หรือหากเกิดนิ่วขึ้นในไตแล้ว กรดซีตริกก็จะไปละลายนิ่วให้มีขนาดที่เล็กลง ถ้ามีปริมาณของกรดซีตริกในปัสสาวะมากก็จะลดความเสี่ยงที่จะเกิดนิ่วในไตได้ นอกจากนี้แล้ว การดื่มน้ำมะนาวบ่อยๆ ยังมีประโยชน์อีกมากมาย:

1. ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันและชะลอวัย

มะนาวมีวิตามินซีสูงจะสามารถช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคหวัดกับโรคไข้หวัดใหญ่ได้ ดื่มน้ำนาวยังสามารถช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนมากขึ้น คราวนี้ความเต่งตึงของผิวผนังหลอดเลือดกระดูกอ่อนและเอ็นข้อต่างๆ ก็จะมีคอลลาเจนไปช่วยชะลอความเสื่อมอยู่ตลอด

2. ช่วยปรับปรุงการไหลเวียนโลหิตและการล้างสารพิษ

น้ำมะนาวอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและวิตามิน P สูง จะช่วยควบคุมความดันโลหิต เพิ่มความยืดหยุ่นของเส้นเลือดฝอยและปรับปรุงการไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้น การดื่มน้ำมะนาวบ่อยๆ จะช่วยส่งเสริมการผลิตน้ำดีและทำให้ตับสะอาดมากขึ้นได้

3. ทำความสะอาดทางเดินปัสสาวะและลดค่าความเป็นกรดในปัสสาวะ

น้ำมะนาวมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ช่วยป้องกันการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตราย แม้ว่าจะมีกรดซิตริกในน้ำมะนาว แต่สามารถลดค่าความเป็นกรดในปัสสาวะและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพได้

4. ช่วยในการย่อยอาหาร ดับกลิ่นปาก

น้ำมะนาวยังมีผลต่อการบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ กรดของน้ำมะนาวสามารถกระตุ้นการหลั่งของน้ำย่อย ช่วยในการย่อยอาหารให้ดีขึ้น เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของระบบทางเดินอาหารและยังสามารถบรรเทาอาการท้องผูกได้ด้วย ในเวลาเดียวกันน้ำมะนาวยังสามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในปากทำให้ลมหายใจสดชื่น

5. ช่วยให้ระบบน้ำเหลืองทำงานได้ปกติ

ระบบน้ำเหลืองเป็นหนึ่งในระบบไหลเวียนโลหิตที่สำคัญที่สุดในร่างกายของเรา ทำหน้าที่ปรับความสมดุลของน้ำและของเหลวต่างๆในร่างกายหากระบบน้ำเหลืองมีปัญหา ร่างกายก็จะออกอาการความเมื่อยล้าและความดันโลหิตจะผิดปกติ การดื่มน้ำมะนาวบ่อยๆ สามารถช่วยให้ระบบน้ำเหลืองทำงานได้ปกติ สุขภาพร่างกายจะได้แข็งแรง

แม้ว่าน้ำมะนาวจะดีต่อสุขภาพร่างกาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเหมาะสำหรับทุกคน

1. คนที่มีแผลในกระเพาะอาหารหรือโรคกระเพาะอาหารไม่ควรดื่มน้ำมะนาวบ่อย เพราะว่ากรดซีตริกในมะนาวจะส่งผลทำให้แผลในกระเพาะอาหารแย่ลง และเพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้อาการดังกล่าวรุนแรงขึ้นได้

2. คนที่เป็นเบาหวาน แม้ว่ามะนาวจะมีรสเปรี้ยว แต่ก็ยังมีน้ำตาลอยู่ไม่ใช่น้อย หากดื่มน้ำมะนาวบ่อย จะทำให้อาการของโรคเบาหวานรุนแรงขึ้น

3. คนที่มีร่างกายหนาวเย็น โดยเฉพาะผู้หญิงที่กำลังเป็นประจำเดือน ไม่ควรดื่มน้ำมะนาวในช่วงนี้

วิธีการทำน้ำมะนาวที่ถูกต้อง

1. ต้องเป็นมะนาวสด

เวลาทำเครื่องดื่มน้ำมะนาว ควรเลือกมะนาวสด มิฉะนั้นวิตามินซีและสารอาหารในมะนาวจะหายไป

2. หั่นเป็นชิ้นๆ จะดีกว่า

ควรหั่นมะนาวเป็นชิ้นบางๆ เนื่องจากเปลือกมะนาวมีสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระ ส่วนน้ำมันที่อยู่ในเปลือกมะนาว จะสามารถเพิ่มความหอมให้กับเครื่องดื่มของเราได้

3. ใช้น้ำอุ่นทำน้ำมะนาว

น้ำที่ใช้ไม่ควรเย็นเกินไปหรือร้อนเกินไป ถ้าใช้น้ำเย็นจะทำรสชาติของมะนาวจะไม่ออกมา แต่ถ้าเป็นน้ำร้อนที่เพิ่งเดือด จะทำให้ความขมขื่นในมะนาวละลาย ดังนั้นควรใช้น้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิประมาณ 60-70 องศาทำจะดีดว่า

4. ใส่มะนาวให้พอดี

น้ำ 1 ลิตรใส่มะนาว 4-5 ชิ้นกำลังพอดี สามารถเติมน้ำ 2-3 ครั้งได้ เมื่อรสชาติจืดแล้วค่อยเปลี่ยนมะนาวใหม่

นอกเจากทำน้ำมะนาวแล้ว ยังสามารถนำมะนาวมาทำเป็นเครื่องดื่มดังต่อไปนี้ได้:

1. มะนาวกับเก๋ากี้ ช่วยรักษาความสวยงามและสุขภาพ

ล้างมะนาวให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นบางๆ ใส่น้ำผึ้งลงไปในขวดแก้วที่สะอาด ใส่เก๋ากี้น้ำตาลกรวดและมะนาวชิ้นลงไป โดยวางทับกันเป็นชั้นๆ ปิดฝาให้สนิท ทิ้งไว้สามวัน จากนั้นก็สามารถนำมาผสมกับน้ำอุ่นดื่มได้แล้ว

2. มะนาวกับขิง ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น

ล้างมะนาวและขิงให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นบางๆ นำมาใส่ในถ้วย ใส่น้ำตาลทรายตามลงไป ทิ้งไว้จนกว่าน้ำตาลทรายละลาย จากนั้นนำไปใส่ในขวดแก้ว ปิดฝา นำไปแช่ในตู้เย็นหนึ่งคืน ก็สามารถนำมาผสมกับน้ำอุ่นดื่มได้แล้ว

3. มะนาวกับเบญจมาศ ลดอาการร้อนใน

หั่นมะนาวเป็นชิ้น ใส่ดอกเบญจมาศและน้ำตาลทรายลงในขวด เทน้ำร้อนลง ทิ้งพักเย็นสักพัก ใส่มะนาวชิ้นและน้ำผึ้งลงไป คนให้เข้ากันก็สามารถดื่มได้แล้ว

4. มะนาวกับชุมเห็ดเล็ก บำรุงสายตาและลดไขมัน

ล้างมะนาวให้สะอาดและหั่นเป็นชิ้นบางๆ ใส่ชุมเห็ดเล็กลงไปในถ้วย เทน้ำร้อนลงไป รอพักเย็นแล้วใส่มะนาวลงไป

น้ำมะนาวอุดมไปด้วยวิตามินและมีฤทธิ์ในการล้างสารพิษ ตราบเท่าที่คุณรู้จักวิธีการดื่มน้ำมะนาวอย่างถูกต้อง การดื่มน้ำมะนาวเป็นประจำ ก็จะสามารถช่วยบำรุงรักษาสุขภาพร่างกายได้อย่างดี

ที่มา...http://www.liekr.com/post06096521000061
Advertisements

Advertisements

Advertisements
SHARE

Loading...
    Blogger Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น