ค่านิยมของ “สังคมที่บิดเบี้ยว” เราควรสอนลูกหลานให้รู้จัก

Advertisements

Advertisements

ค่านิยมของ “สังคมที่บิดเบี้ยว” เราควรสอนลูกหลานให้รู้จัก

คนไม่ศึกษาหาข้อมูลอะไรใหม่ๆ กลับพูดว่า… “รู้หมดแล้ว“

คนพัฒนาตัวเองทุกวัน บอกตัวเองเสมอว่า “จริงๆ เรายังไม่รู้อะไรเลย“

โลกที่คน “ขี้เกียจ” ทำคน “ขยัน” เสีย Self

“นักดับฝัน“ มีมากกว่า “คนดับเพลิง“ ……ต้องระวังให้ดี…!!

อย่าเอาน้ำลายราคาถูก… ไปแลกกับความฝันราคาแพง

สุดท้ายอย่าไปคิดให้มันซับซ้อน…. เพราะ “ค่านิยมของสังคมมันบิดเบี้ยว“

ตามจำนวนคนประสบความสำเร็จ และ คนล้มเหลวบนโลก

ชีวิตวัดกันที่ผลประกอบการของ “ตัวเอง” ไม่ใช่ของ “พ่อแม่”

ความสำเร็จวัดกันที่ “ศักยภาพในการดูแลครอบครัว” ไม่ใช่ “ต้นทุนที่บ้าน“

ถ้าคุณกำลังแบมือขอเงินพ่อแม่ใช้ ก็อย่าไปกระแนะกระแหน คนที่ทำงานพาร์ทไทม์

ถ้าหลังเลิกงานคุณชวนเพื่อนไปตั้งวงดื่ม ก็อย่าไปกระแนะกระแหน คนที่ชวนเพื่อนไปหารายได้เสริม

คนที่วันๆ เอาแต่นั่งอ่านกระทู้ลบๆ วิจารณ์ข่าวดาราบน social network

ระวังอย่าตกเป็นเหยื่อของคนที่ดูดีในโลก Social แต่โลกความจริงนั้น ใช้เงินเดือนชนเดือน

ระวังอย่าอิจฉาคนที่มีชีวิตหรูหรา แต่แท้จริงนั้น แต่ละเดือนหมุนเงินแทบไม่ทัน

ภาพที่เขาแสดงออกมาให้เห็น กับสิ่งที่เขาเป็นอยู่ อาจไม่เหมือนกัน

มันอยู่ที่เรา จะเชื่อค่านิยม เบี้ยวๆ หรือวิธีคิดที่ถูกต้อง

บ่อยครั้งการได้พบเห็นคนอื่น การได้สังเกตชีวิตอื่น ๆ

ที่แตกต่างจากเรา… มันกลายเป็นกระจกที่ส่องให้เห็นตัวเราเอง

อย่างเช่นการได้เห็นคน แต่งตัวสกปรกมอมแมม อาศัยข้างถนนเป็นที่ซุกหัวนอน

หรือแม้แต่ นักแสดงศิลปะข้างถนน ที่ล้วนแต่ขอแบ่งปันเศษเหรียญจากคนที่ผ่านไป

เพื่อแลกกับการมีชีวิตอยู่ไปวันๆ ความสุขในชีวิตของเขาเหล่านั้นดูเรียบง่าย

ในความขัดสน ไม่มีบ้าน ไม่มีความมั่นคง ไม่มีอนาคต

รวมทั้งไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าใหม่ ๆ ดูราวกับว่า

พวกเขามีชีวิตอยู่ได้โดยไม่เดือดร้อนอะไร

เมื่อกระจกเหล่านี้ส่องมาที่ตัวเรา

ทำให้เราพบว่าเราเองช่างเกิดมาพรั่งพร้อมด้วย

“โอกาสดี” แค่ไหน ขณะที่เรามีบ้าน มืออาชีพ มีครอบครัวที่อบอุ่น

และมีเพื่อนฝูงอยู่มากมาย เรายังมักหาเรื่องไม่พอใจชีวิตตัวเองได้บ่อย ๆ

บางทีเราก็โวยวายว่าโลกนี้ไม่ดีกับเรา แต่ไม่มองสิ่งดีๆที่มีอยู่รอบตัว

หลายๆคนบนโลกที่นอนหลับไป แล้วไม่ได้ตื่นเช้าลืมตาขึ้นมาดูโลกอีกเลย

หลายๆคนบนโลกที่ขับรถออกไปทำงาน แล้วก็ไม่ได้กลับเข้าบ้านมาเห็นหน้าครอบครัวอีก

หลายๆคนบนโลกที่เกิดมามีไม่ครบ 32 แต่ก็ยังต้องดิ้นรนสู้ชีวิต

ความทุกข์ในเรื่องเล็กน้อย หยุมหยิมของเรา ก็ดูสลักสำคัญเสียให้ได้

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราจะเห็นได้ชัดว่าเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย

ส่องกระจกดูตัวเองให้ชัด ๆ อีกครั้ง มันง่ายแค่ไหน…

ที่จะทำส่วนที่เหลือของชีวิตให้มีความสุข พอใจในสิ่งที่ทีอยู่


บทความจาก still belive
ที่มา...http://bitcoretech.com/values-%e2%80%8b%e2%80%8bof-distorted-society-should-be-taught/
Advertisements

Advertisements

Advertisements
SHARE

Loading...
    Blogger Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น