วิธีถอนคำสาบาน แก้บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จำไม่ได้ แก้ไขชีวิตติดขัด ทำอะไรไม่ขึ้น

Advertisements

Advertisements

วิธีถอนคำสาบาน แก้บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จำไม่ได้ แก้ไขชีวิตติดขัด ทำอะไรไม่ขึ้น 

 เนิ่นนานเท่าไหร่แล้วที่เคย…บนบานศาลกล่าวเอาไว้ แล้วใครเล่าจะจำสิ่งนั้นได้ ไม่รู้ว่าสำเร็จไปแล้ว หรือยังไม่สำเร็จจนจำไม่ได้แล้วก็ตาม หรือแม้แต่อดีตชาติที่ผ่านมา ก็หารู้ไม่ว่า “เราเคยไปบนบานที่ไหนไว้บ้าง”

แน่นอนว่า การบนบาน สาบาน หรือ สาปแช่งนี้ คงเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วตั้งแต่สมัยก่อนสำหรับคนไทย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการงาน ความรัก การเรียน สุขภาพ สิ่งไหนที่ไม่ประสบความสำเร็จ หรือกลัวว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ ก็จะมาขอพรอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายดลบันดาลให้พรนั้นเกิดประสบพบขึ้นกับเรา เรียกได้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเสมือนที่พึ่งหรือที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจคนไทยมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว การอธิษฐานขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เมื่อครั้งอดีตชาติ หรือชาติปัจจุบัน ในบางครั้งเราก็พูดบนบานศาลกล่าวเอาไว้ แต่กลับลืมไปแก้บนตามที่ขอไว้ ซึ่ง

“วิธีการถอนคำอธิษฐาน แก้บนที่จำไม่ได้ด้วยบุญ”

ในครั้งนี้จะหมายรวมถึงการสาบาน หรือไปสาปแช่งใครต่อใครที่เคยโกรธแค้นเคืองไว้ด้วยเช่นกัน

ตั้งจิตให้มั่นคงเสียก่อน แล้วกล่าวตั้งนะโมฯ ๓ จบ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, อะระหะโต, สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, อะระหะโต, สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

ข้าพเจ้าชื่อ…สกุล…ด้วยสัจจะอธิษฐานทั้งในอดีตชาติและชาตินี้เรื่อง… (เอาที่จำได้ถ้าจำไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดถึง) สิ่งของใดๆ ที่ได้บนบาน สาบาน สาปแช่ง ที่จำได้ก็ดี และจำไม่ได้ก็ดี มาถึงบัดนี้ ข้าพเจ้าขอถอนคำอธิษฐาน บนบาน สาบาน สาปแช่งทั้งหมด ถวายแก้บนทั้งหมด ณ บัดนี้ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้ากรรมนายเวร ดวงจิตวิญญาณทั้งหลายโปรดมารับ โปรดมาโมทนา โปรดมาอโหสิกรรม และโปรดสงเคราะห์ตามความประสงค์ขอข้าพเจ้าในครั้งนี้ โปรดถอนตัวจากอุปสรรคทั้งปวงทั้งในเรื่องการงาน การเงิน สุขภาพ ขอโปรดเมตตาให้ข้าพเจ้าได้พบกับกรรมดี บุญกุศลที่เคยทำมา มีความสุข ความเจริญรุ่งเรือง จนตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานเทอญ…

รู้หรือไม่ ในความเชื่อของคนบางกลุ่มนั้นก็มีเคล็ดลับอีกอย่างที่คุณอาจะไม่รู้

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. พระพุทธรูปปรางสมาธิ 1 องค์

2. ผลไม้ 5 หรือ 7 อย่าง แต่ใน5 หรือ 7 อย่างนั้น ต้องประกอบไปด้วย กล้วยน้ำหว้า 1หวี, มะพร้าว1ลูก, สับปะรด1ผล ผลไม้ตามฤดูกาล

3. หมากพลู บุหรี่ 5 มวน

4. พวงมาลัยดาวเรือง 3 พวง

5. น้ำแดง1ขวด น้ำเขียว1ขวด

6. น้ำเปล่า1ขวด

7. เทียนขาว 2 เล่ม

8. ธูป 16 ดอก

วิธีการแก้บนที่จำไม่ได้

1. จัดเตรียมเครื่องเซ่นไหว้วางไว้ให้เรียบร้อย

2. จากนั้นจุดธูป 16 ดอกและกล่าวตามดังนี้

ข้าพเจ้า ชื่อ…นามสกุล…วันเดือนปีเกิด… ขออันเชิญองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเป็นประธานและสักขีพยาน ตลอดทั้งอันเชิญเทพเทวาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายรวมทั้งเจ้าที่เจ้าทางเจ้าป่าเจ้าเขา ให้มารับเครื่องสังเวยเครื่องสักการะที่ลูกได้จัดถวายให้แล้วในวันนี้ เนื่องจากว่าลูกเคยบนบานศาล กล่าวรวมทั้งสาบานมานานแล้วจนถึงปัจจุบันทั้งหลายทั้งปวง ทั้งที่จำได้และจำไม่ได้ก็ดี ทั้งที่สำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ตาม ก็ขออันเชิญให้มารับเครื่องแก้บนทั้งหลายเหล่านี้ เมื่อท่านทั้งหลายได้รับแล้ว ลูกขอถอนคำสาบานคำบนบานศาลกล่าวทั้งหมดขอให้สิ้นสุด ณ วินาทีนี้เป็นต้นไป ถ้าหากลูกมีความจำเป็นจะต้องบนบานศาลกล่าวอีกก็จะกล่าวบนบานใหม่อีกรอบในคราวต่อไป สาธุ สาธุ สาธุ (ทำแล้วห้ามขอพรใดๆ)

3. พอพูดจบสาธุให้ทำการปักธูป (หลังจากลาแล้วก็ขอพรได้ในเรื่องที่ต้องการ สาธุสาธุสาธุ) จงหมั่นสร้างบุญ สร้างกุศล และกรรมดี เกิดมาหลายภพหลายชาติก็ยังลบล้างกรรมชั่วไม่หมด ซึ่งมนุษย์เรานั้นก็ทำได้เพียงแต่สร้างกรรมดีใหม่หรือสร้างบุญใหม่ เพื่อนำบุญใหม่นี้อุทิศให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้ปฏิบัติธรรม หรือดวงจิตวิญญาณต่างๆ เพื่อการไปขอขมาลาโทษ “บุญ” นั้นนับว่าเป็นความสุขและพลังงานที่สะอาดบริสุทธิ์ที่สุด ในการสร้างบุญนั้นอาจจะเป็นการใส่บาตร ช่วยเหลือผู้อื่น หรืออะไรก็ได้ที่เป็นทานวัตถุ แต่ต้องเป็นการทำบุญที่เหมาะสมทำแต่พอดีไม่เดือดร้อนตนเองหรือไปเดือดร้อนผู้อื่น ใช่ว่าทำจนหมดตัวจนไม่มีอันจะกินนั่นก็อาจได้บาปแทนสร้างบุญก็เป็นได้ การกระทำนั้นไซร้ “กระทำสิ่งใด ย่อมได้สิ่งนั้น” หมั่นสร้างกรรมดี ใช่กรรมชั่ว เมื่อกรรมไหนส่งผลจบสิ้นแล้วกรรมอื่นก็เข้ามาส่งผลต่อที่เป็นเรื่องของกฎแห่งกรรม หรือคำสาปแช่งผู้อื่นก็ย่อมส่งผลย้อนกลับเข้าหาตนเองเมื่อดวงตกเอามาก ซึ่งเป็นช่วงที่วิบากกรรมไม่ดีมาส่งผลเต็มที่ หรือแม้แต่การบนบานศาลกล่าว เรื่องใดก็ตามแต่ใจจะปรารถนานี้ก็คงไม่ดีนัก หากไปพูดขอสิ่งใดต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้แล้วไม่ทำตามนั้น ก็นับว่า..ตัวเลือกสุดท้ายที่คนนิยมทำกันนี้ ในบางครั้ง “เชื่อไม่เชื่อ ก็อย่าได้ลบหลู่เชียวล่ะ”

ที่มา...ธ.ธรรมรักษ์ , คิดเป็น
Advertisements

Advertisements

Advertisements
SHARE

Loading...
    Blogger Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น