แจกฟรี “สูตรน้ำเต้าหู้” สูตรนี้การันตี ขายดิบขายดีไม่ต่ำกว่า 20 กิโลต่อวัน คนทุนน้อยก็เริ่มทำได้

Advertisements

Advertisements

แจกฟรี “สูตรน้ำเต้าหู้” สูตรนี้การันตี ขายดิบขายดีไม่ต่ำกว่า 20 กิโลต่อวัน คนทุนน้อยก็เริ่มทำได้

น้ำเต้าหู้มีโปรตีนจากถั่วเหลือง มีเส้นใยธรรมชาติที่ดีต่อระบบขับถ่าย และมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ สารไอโซฟลาโวน (Isoflavones) หลังจากบริโภคน้ำเต้าหู้ ร่างกายจะเปลี่ยนสารเคมีชนิดนี้ให้เป็นสารไฟโตรเอสโตรเจน (Phytoestrogens) ที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับเอสโตรเจน (Estrogen)

ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่มีผลต่อการทำงานของระบบสืบพันธุ์ และภาวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนชนิดนี้ ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงคาดว่าส่วนประกอบต่าง ๆ ในน้ำเต้าหู้รวมทั้งสารไอโซฟลาโวนอาจส่งผลดีต่อสุขภาพ และอาจส่งผลทางการรักษาอาการป่วยบางประการได้

วันนี้เราได้มีสูตรการทำน้ำเต้าหู้ มาฝากเพื่อนๆทุกท่านกัน นอกจากจะยังมีประโยชน์มากมายแล้ว ขั้นตอนการทำก็แสนง่าย และอร่อยมากด้วยค่ะ สามารถทำกินเอง หรือทำขายสร้างอาชีพได้เลยค่ะ

สูตรในการทำน้ำเต้าหู้

1. ถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม(เป็นถั่วผ่าซีกแล้วก็ได้)

2. น้ำตาลทรายขาวละเอียด 350 กรัม

3. เกลือเสริมไอโอดีน ป่น 1 ช้อนชา

4. น้ำสะอาด 32 ถ้วย ( ประมาณ 8 ลิตร )

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

1.ผ้าขาวบาง 2 ผืน เอาไว้กรองกากถั่งเหลือง

2.เครื่องปั่น(เอาไว้ปั่นถั่วเหลืองที่แช่น้ำแล้ว)

3.หม้อ หรือกะละมัง 2 ใบ

ขั้นตอนการทำ

1. เริ่มจากแช่ถั่งเหลืองไว้ประมาณ 6 ชั่วโมง

2. หลังจากนั้นนำถั่วกรองด้วยตะกร้าพลาสติกขนาดเล็กเพื่อให้สะเด็ดน้ำ

3. ขั้นตอนต่อไปก็นำถั่วเหลืองเข้าเครื่องปั่น เวลาปั่นให้ใส่ถั่วเหลืองประมาณครึ่งโถก็พอ แล้วใส่น้ำสะอาดที่เตรียมไว้โดยใส่พอท่วมเม็ดถั่ว ใช้เวลาปั่นครั้งละประมาณ 2-3 นาทีถั่วก็จะละเอียด

4. นำไปใส่ในหม้อ หรือกะละมังที่เตรียมไว้โดยใช้ผ้าขาวบางกรองกากถั่วเหลือง พอเราปั่นถั่วเหลืองเหลืองจนหมด นำน้ำเต้าหู้ที่ได้จากการกรองครั้งแรก นำไปกรองโดยขาวบางอีกที

5. เสร็จจากขั้นตอนนี้เราก็เอาน้ำเต้าหู้ไปตั้งไฟให้เดือดเปิดไฟให้แรงเลยครับถ้าจะให้หอมก็ใส่ใบเตยซัก 2 ใบ โดยเราต้องคนไปเรื่อยๆ และคอยตักฟองออกให้หมด หรือจะตำๆ ก่อนนิดนึงก็ได้ครับ

6. พอน้ำเต้าหู้เดือด เราหรี่ไฟลงมาแล้วก็ใส่น้ำตาล (แต่สำหรับคนที่จะนำไปขายก็ไม่ต้องใส่น้ำตาล เราค่อยไปเติมน้ำตาลเวลาที่ลูกค้าสั่ง)ใส่เกลือป่น จากนั้นก็เพิ่มไฟให้แรงอีกครั้ง คอยคนไปเรื่อย ๆ พอน้ำเต้าเดือดก็ปิดไฟ ยกน้ำเต้าหู้ไปเทใส่หม้ออีกใบ เพื่อให้ความร้อนลดลง เพื่อจะทานได้ง่ายขึ้น

จบไปแล้วครับกับขั้นตอนการทำน้ำเต้าหู้ ง่ายมากเลยครับ คราวนี้เรามาดูกันว่าต้นทุนต่อการทำ สำหรับถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม ว่าเราต้องใช้ต้นทุนเท่าไหร่

– ถั่วเหลืองซีก 1 กก. ราคา 40 บาท

– น้ำตาลทราย 350 กรัม ราคา ประมาณ 8 บาท

– เกลือ 1 บาท

– ใบเตย 2 บาท

– ค่าแก๊ซประมาณ 9 บาท

– รวมเป็นเงินประมาณ 60 บาท

จากถั่วเหลือง 1 กก. พอกลายเป็นน้ำเต้าหู้แล้วถ้าขายเป็นถุง ๆ ละ 7 บาท จะได้ประมาณ 30-35 ถุง คิดเป็นเงินประมาณ 210-245 บาท

เพราะฉะนั้นจะได้กำไรขั้นต่ำที่ประมาณ 150 บาท ต่อถั่วเหลือง 1 กก. ที่เราเห็นแม่ค้าตามตลาดใหญ่ ๆ ที่เขาขายมานาน เขาทำวันละ 20-40 กก. กำไรวันละ 2-3 พันบาทต่อวันเลยนะครับ

บางคนมีไอเดียหน่อยก็ใส่เครื่องปรุงหลายชนิดมาก ราคาก็อัพขึ้นไปอีกถุงละหลายบาท บางคนก็มีไอเดียในการใส่แก้วภาชนะที่สีสันลวดลายสวยงาม บางคนคิดการใหญ่ก็ขยายสาขาหลายสาขา มองหาทำเลที่คนเดินผ่านเยอะ ๆ ย่านตลาดนัด ตลาดสด หน้าเซเว่น หน้าโรงเรียน ย่านชุมชนที่คนเยอะ ๆ ใช้เวลาสร้างฐานลูกค้าซักหน่อย อดทน ขยัน ช่วงแรกอาจจะมีลูกค้าไม่มากแต่พอผ่านไปซักระยะคุณจะมีฐานลูกค้าแน่นอน อย่าลืมนะครับคนที่เขาขายได้กำไรวันละสองสามพันบาทเขาก็เริ่มแบบคุณนี่แหละ

เราต้องมองหาอะไรที่สร้างความแตกต่างกับคนอื่น ช่องทางทำกิน ช่องทางสร้างเงินนั้นมีอยู่รอบตัวเรา เช่น ถ้าลูกค้าซื้อสามถุงแถมคูปอง 1 ใบ สะสมคูปองครบ 10 ใบนำมาแลกน้ำเต้าหู้ได้ 3 ถุง หรือลูกค้าคนไหนซื้อของเราบ่อย ๆ ก็แถมไปบ้างรับรองได้ใจลูกค้าแน่นอน พอสาขาแรกของคุณติดแล้วมองหาสาขาสองได้เลยครับ จ้างลูกน้องได้ครับไม่ถูกโกงเพราะน้ำเต้าหู้จำนวนกี่ลิตรเราคำนวณได้ว่าขายได้กี่ถุง ไม่นานได้กำเงินแสนครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก : postsod , pobpad
Advertisements

Advertisements

Advertisements
SHARE

Loading...
    Blogger Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น