"ผักปลัง" ผักสมุนไพรไทย มีสรรพคุณทางยา กินช่วยแก้อาการปวดแขนขา แก้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

Advertisements

Advertisements

"ผักปลัง" ผักสมุนไพรไทย มีสรรพคุณทางยา กินช่วยแก้อาการปวดแขนขา แก้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

 ผักปลัง ใบสีเขียวกอวบๆนี้ เอามาผัดน้ำมันหอยเด็ดสุดๆเลยค่า ใครกินก็ติดใจกันแทบทุกราย แต่สำหรับใครที่อาจจะยังไม่รู้ วันนี้ ลูกหมีจะพามาทำความรู้จักกับผักปลังกันค่ะ ว่านอกจากรสชาติความมอร่อยของมันแล้ว ยังมีสรรพคุณอีกเพียบเลย ไปดูกันเลยค่ะ

ผักปลังมีชื่อเรียกแตกต่างกันตามท้องถิ่นต่างๆดังนี้

- ผักปั๋ง ผักปั่ง (ภาคเหนือ)

- ผักปลังใหญ่ ผักปลังขาว ผักปลังแดง (ภาคกลาง)

- ผักปรัง ผักปรังใหญ่ (ไทย)

ลักษณะของผักปลัง

ลำต้นอวบน้ำ เกลี้ยง กลม ไม่มีขน แตกกิ่งก้านสาขามาก มีความยาวประมาณ 2-6 เมตร หากลำต้นเป็นสีเขียวจะเรียกว่า “ผักปลังขาว” ส่วนชนิดที่ลำต้นเป็นสีม่วงแดงจะเรียกว่า “ผักปลังแดง” ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการปักชำเถาแก่ ส่วนใบเป็นใบเดี่ยว สีเขียวอวบคล้ายรูปหัวใจ และอวบน้ำ ผลมีขนาดเล็กฉ่ำน้ำ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีดำ

คุณประโยชน์

1. ผักปลังเป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหาร มีแคลเซียมและธาตุเหล็กสูง และยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี และวิตามินซี นิยมใช้ยอดอ่อน ใบอ่อน และดอกอ่อน นำมาลวกหรือต้มให้สุก ใช้รับประทานร่วมกับน้ำพริก

2. คุณค่าทางโภชนาการของยอดอ่อนและใบอ่อนของผักปลังต่อ 100 กรัม จะประกอบไปด้วยโปรตีน 1.2%, วิตามินเอ 3,250 หน่วยสากล, วิตามินบี 1 40 หน่วยสากล, วิตามินบี 2 10 Sherman U., แคลเซียม 0.15%, และธาตุเหล็ก 1.4 มิลลิกรัม%

สรรพคุณทางยา

 - ก้าน แก้พิษฝี พรรดึก ท้องผูก ลดไข้
ช่วยแก้อาการอึดอัดแน่นท้อง ด้วยการใช้ต้นสด 60 กรัม นำมาเคี่ยวกับน้ำให้ข้นแล้วรับประทาน

- ใช้ต้นสด 60-120 กรัมนำมาต้มดื่มเป็นยาแก้ไส้ติ่งอักเสบ

- ช่วยแก้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (ทั้งต้น)

-ใบ ขับปัสสาวะ แก้อาการอักเสบ กลาก น้ำคั้น จากใบใช้บรรเทาอาการผื่นคัน

- ช่วยแก้อาการปวดแขนขา ด้วยการใช้ใบสด ยอดอ่อน 30 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่ม

- ช่วยรักษาฝีเนื้อร้าย ด้วยการใช้ใบสดนำมาตำแล้วพอกบริเวณที่เป็น โดยให้เปลี่ยนยาวันละ 1-2 ครั้ง

- ตกเลือดเรื้อรัง ให้ใช้ใบสด ยอดอ่อน 30 กรัม นำมาต้มรับประทาน

- ใช้ใบและผลนำมาขยี้ทาบริเวณที่ถูกแมลงสัตว์กัดต่อย มีลักษณะเป็นแผลไหม้ จะช่วยบรรเทาอาการและทำให้รู้สึกเย็นขึ้นได้ (ใบและผล)

- ดอก แก้เกลื้อน น้ำคั้นจากดอกใช้เป็นยาทาแก้หัวนมแตกเจ็บได้

- ราก แก้มือเท้าด่าง รังแค พิษพรรดี (อาการต่างๆ ที่เกิด จากท้องผูก ถ่ายเป็นก้อนแข็งคล้ายขี้แพะ)

- รากและใบช่วยขับปัสสาวะ

- รากใช้เป็นยาทาถูนวดให้ร้อนเพื่อให้เลือดมาหล่อเลี้ยงบริเวณที่ทามากขึ้น ส่วนน้ำคั้นจากรากก็เป็นยาหล่อลื่นได้เป็นอย่างดี

ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2555 นี้เองโดยนักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย Yaounde ในประเทศแคเมอรูน พบว่าสารสกัดเมทานอลจากผักปลังสามารถเพิ่มสมรรถภาพทางเพศในเพศชายได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ศึกษากับเซลล์สืบพันธุ์ของหนูทดลองเท่านั้น ไม่ได้ทำการศึกษากับเซลล์สืบพันธุ์เพศชายในมนุษย์โดยตรง

จากผลการวิจัยดังกล่าวได้นำไปสู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสรรพคุณในการส่งเสริมการทำงานของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (testosterone – boosting supplement) สำหรับลดการเป็นหมันและในงานวิจัยเดียวกันนั้นพบว่าสารสกัดเมทานอลของผักปลังที่ความเข้มข้น 10-100 ไมโครกรัมต่อมิลลิกรัม ไม่ก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อเซลล์

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลการศึกษาความปลอดภัยโดยให้หนูทดลองกินสารสกัดเอทานอลของผักปลังขนาด 1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว (1 mg/kg) นานติดต่อกัน 2 เดือน ไม่พบความเป็นพิษต่อตับและไตของหนู

ปี 2555 นี้เช่นกัน ที่นักวิจัยอินเดียได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยเกี่ยวกับการทดสอบผลของสารสกัดจากใบผักปลังด้วยเอทานอลและน้ำในหนูถีบจักร (mice) โดยกรอกสารสกัดน้ำของใบผักปลังขนาด 100-200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวให้แก่หนูเป็นเวลา 14 วัน ไม่พบความผิดปกติของค่าทางโลหิตวิทยา

และสำหรับหนูขาว (Wistar rats) ที่กินสารสกัดใบผักปลังด้วยเอทานอล น้ำ และเฮกเซน ติดต่อกันนาน 7 วัน พบว่าหนูขาวที่ได้รับสารสกัดด้วยเอทานอลและเฮกเซนจากใบผักปลัง มีปริมาณน้ำย่อยอะไมเลส (amylase) เพิ่มขึ้น ซึ่งน้ำย่อยนี้ทำหน้าที่ย่อยแป้งในปากให้เป็นน้ำตาลมอลโทส (maltose) ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในการลดภาวะเสี่ยงเป็นเบาหวานได้

สำหรับประเทศไทย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ได้ดำเนินโครงการวิจัยระหว่างปี 2552-2555

เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารแคลอรีต่ำจากเส้นใยอาหารในผักพื้นบ้าน โดยเลือกผักปลังเป็นวัตถุดิบในการวิจัย พบว่านอกจากจะเป็นผักพื้นบ้านที่มีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ยังมีปริมาณเส้นใยอาหารสูงกว่าผักพื้นบ้านชนิดอื่น รวมทั้งสารสกัดจากผักปลังยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่น่าสนใจด้วย ดังนั้น วว.จึงจะต่อยอดผลงานวิจัยออกสู่เชิงพาณิชย์ในอนาคตอันใกล้นี้

ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรผักปลัง

• ผู้ที่กระเพาะลำไส้มีอาการเย็นหรือหย่อนห้ามรับประทานผักชนิดนี้


ขอขอบคุณที่มาจาก :  medthai.com, ศูนย์รวมความรู้การเกษตร ข้อมูลอ้างอิงจาก หนังสือนิตยสารหมอชาวบ้านและหังสือสมุนไพรไทย
Advertisements

Advertisements

Advertisements
SHARE

Loading...
    Blogger Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น