“ว่านงาช้าง” สมุนไพรไทย บ้านไหนยังไม่มีรีบไปหามาปลูกด่วน โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้หญิง!

Advertisements

Advertisements

“ว่านงาช้าง” สมุนไพรไทย บ้านไหนยังไม่มีรีบไปหามาปลูกด่วน โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้หญิง!

“ว่านงาช้าง” เป็นไม้ล้มลุก  ถิ่นอาศัยพืชบก  ชนิดของลำต้น  ลำต้นไต้ดิน  เหง้า  เปลือกลำต้นสีน้ำตาล ลักษณะขรุขระ มียางสีขาว ใบเดี่ยว สีเขียว ขนาดใบกว้าง 5 ซ.ม. ยาว 50 ซ.ม. ลักษณะพิเศษของใบเป็นทรงกระบอกอวบน้ำ ปลายใบแหลม โคนใบตัด ชนิดช่อดอก ดอกช่อ ช่อเชิงลด

ตำแหน่งที่ออกดอกตามลำต้นหรือกิ่ง กลีบเลี้ยงเชื่อกับกลีบดอก สีเขียว กลีบดอกโคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 4 แฉก สีขาว เกสรเพศผู้ 5 อัน สีขาว เกสรเพศเมีย  1 อัน สีขาว ไม่มี

เป็นยาบำรุงโลหิตใช้ตำโขลกหรือหั่นเป็นแว่นๆผสมกับสุรารับประทานแก้เลือดตีขึ้นในโรคบาดทะยักปากมดลูกในเรือนไฟจะดองสุราหรือต้มกินก็ได้น้ำคั้นจากรากใช้เป็นยาเบื่อพยาธิและรักษาริดสีดวงงอกได้ดี

-ใช้รากสด 5-10 กรัมนำมาล้างให้สะอาด โขลกให้ละเอียดอาจผสมเหล้าโรง คั้นเอาแต่น้ำจิบ

-ผู้ที่มีใบหน้าเป็นสิว ฝ้าหน้าตกกระ จะช่วยฟอกโลหิตให้ใบหน้าหายจากสิวฝ้า เกลี้ยงเกลาผิวพรรณผุดผ่อง

-นำใบไปอังไฟแล้วบีบเอาน้ำหยอดหู แก้ปวดในหู

-คั้นเอาน้ำไปทาผมเป็นยาบำรุงรากเส้นผม ทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม

-เป็นยาสำหรับสตรีกินหลังคลอดบุตร ช่วยขับโลหิตเสียโลหิตเป็นพิษ ตำผสมเหล้า หั่นเป็นแว่นๆ หรือโขลกกับเหล้าโรง หรือน้ำซาวข้าวหรือต้มดื่ม วันละ 2-3 ครั้ง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ต้น ไม้พุ่ม สูงประมาณ 60 เซนติเมตร ลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน เปลือกหุ้มด้านนอกสีส้ม เนื้อภายในมีสีเหลืองอ่อน

ใบ ใบเดี่ยว แทงออกมาจากเหง้าและตาโผล่เหนือพื้นดินคล้ายลำต้นเทียม รูปทรงกระบอก ปลายแหลม สีเขียวตลอดทั้งใบ มีแถบสีเขียวเข้มพาดตามขวางสม่ำเสมอ ร่องตื้นพาดตามความยาวของใบ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 เซนติเมตร

ดอก ออกดอกเป็นช่อ จากเหง้า ยาว 40-60 เซนติเมตร มีกาบหุ้มก้านช่อดอก ดอกย่อยเรียงเวียนรอบก้านช่อดอก ดอกสีขาวอมเหลือง โคนกลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอดยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ปลายแยก 5 แฉก ม้วนงอไปด้านหลัง

ข้อมูลทั่วไป

“ว่านงาช้าง” มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบแอฟริกาใต้ การปลูกเลี้ยงและการใช้ประโยชน์

การปลูกเลี้ยง

ดินร่วนซุยมีอินทรีย์วัตถุสูง ต้องการน้ำปานกลาง แดดรำไร

การขยายพันธุ์

แยกหัว แยกกอ

การใช้ประโยชน์

ปลูกประดับสวน หรือไม้ดัด เป็นไม้มงคล มีสรรพคุณทางยา

สรรพคุณทางยา

เหง้าหรือหัว และใบหรือลำต้นเทียมนำมาต้มน้ำดื่ม มีรสขมเล็กน้อย

1.เป็นยาบำรุงโลหิต

2.ใช้ขับพยาธิ

3.รักษาโรคริดสีดวง

4.ช่วยการอยู่ไฟของสตรีหลังคลอด ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็ว

5.ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ

6.ใช้รักษาอาการใบหน้าเป็นฝ้าหน้าตกกระ

ใบหรือลำต้นเทียมนำมาตำใช้ทาภายนอก

-ใช้ทาหน้ารักษาสิว

-ใช้ทาหน้าลดรอยเหี่ยวย่น ช่วยให้หน้าเต่งตึง

-ใช้ทารักษาแผลติดเชื้อ แผลเป็นหนอง ช่วยให้แผลแห้ง และหายเร็ว

-ใช้ทารักษาอาการผดผื่นตามผิวหนัง

สูตรวิธีการใช้ตามภูมิปัญญา

สูตรที่ 1 : บำรุงโลหิตได้ดี โดยเอาใบว่านงาช้างเขียวประมาณ 1 กำมือ ดองกับเหล้าขาวหรือเหล้าโรง 1 ขวด ดองไว้ประมาณ 1 เดือน แล้วเอามาดื่มเพียงครั้งละค่อนถ้วยตะไล เวลาเย็นวันละ 1 ครั้ง หรือจะดื่มเช้าและเย็นก็ได้ ก่อนอาหาร หากว่าไม่ชอบดื่มเป็นเหล้า ให้เอามาต้มเป็นยาต้มก็ได้ ให้ดื่มก่อนอาหารเช้าและเย็นวันละ 2 เวลา ครั้งละ 1 ถ้วยตะไล จะทำให้มีผิวพรรณเปล่งปลั่ง

สูตรที่ 2 : รักษาอาการใบหน้าเป็นฝ้าหน้าตกกระ โดยเอาใบของว่านงาช้างมาล้างให้สะอาด แล้วเอามาตัดเป็นท่อนสั้นๆ โขลกหรือทุบให้แตกออกมากๆ เอาไปต้มกับน้ำสะอาด เอาน้ำยาที่ได้มาดื่มครั้งละ 1 ถ้วยตะไล เช้าเย็นอย่างละครั้ง

สูตรที่ 3 : ใช้ขับโลหิตเสีย โลหิตเป็นพิษหลังคลอด โดยให้เอาใบของว่านงาช้างเขียวมาล้างให้สะอาด ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ โขลกให้ละเอียดเสียก่อน เอามาต้มสัก 1 กำมือ ใส่น้ำพอท่วมขึ้นมาพอสมควร ต้มไปสัก 15 นาที ยกเอาลงมาให้เย็นลงตามปกติ พออุ่นๆก็รินเอาดื่มครั้งละ 1 ถ้วยตะไล เช้าและเย็น ก่อนอาหาร ทุกวัน

สูตรที่ 4 : แก้ริดสีดวงทวาร และเป็นยาถ่ายพยาธิ โดยใช้รากสด 5-10 กรัม นำมาล้างให้สะอาดโขลกให้ละเอียดอาจจะผสมเหล้าโรงเล็กน้อยก็ได้ คั้นเอาแต่น้ำจิบ

สูตรที่ 5 : แก้อาการปวดในหู เอามาเผา แล้วคั้นเอาน้ำออกมา เอาไปหยอดรูหู แก้อาการปวดในหู หูอักเสบ เจ็บปวด หูน้ำหนวกก็ใช้ได้

สูตรที่ 6 : รักษารากผม น้ำคั้นจากว่านมาชโลมเส้นผม รักษารากผมให้สมบูรณ์แข็งแรง เส้นผมดกดำเป็นเงางาม ไม่ร่วงหล่น

สูตรที่ 7 : ลำต้นนำมาตำหรือหั่นเป็นแว่นผสมสุรา กินแก้ลมตีขึ้น


เรียบเรียงโดย : .item2day.com
Advertisements

Advertisements

Advertisements
SHARE

Loading...
    Blogger Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น