หลายคนไม่เคยรู้ "นิ้วชา" เกิดจากอะไร? แพทย์เผยคำตอบที่ฟังแล้วต้องอึ้ง!!

Advertisements

Advertisements

หลายคนไม่เคยรู้ "นิ้วชา" เกิดจากอะไร? แพทย์เผยคำตอบที่ฟังแล้วต้องอึ้ง!!

หากใครที่มีอาการ “นิ้วมือชา” จำเป็นมากที่จะต้องหาสาเหตุของอาการให้เจอ จากนั้นก็ไปแก้ปัญหาเพื่อให้อาการเหล่านี้หายไป แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้นิ้วมือชา ไม่สามารถแก้ไขได้ในทันที

วันนี้คุณหมอผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมีคำตอบ


1. เกิดจาก “กระดูกสันหลังส่วนคอ” หรือ โรครากประสาทคอ (Cervical radiculopathy) หมายถึง พยาธิสภาพที่เกิดขึ้นกับรากประสาท จากการถูกกดเบียดหรือการอักเสบ ส่งผลให้เกิดอาการด้านที่มีพยาธิสภาพ เช่น ปวดตามรากประสาท ชาแขน กล้ามเนื้ออ่อนแรง

อาการปวดที่เกิดจากการระคายเคืองหรือความผิดปกติของรากประสาทส่วนคอ มีลักษณะปวดคอร้าวไปตามสะบัก ไหล่ ต้นแขน ปลายแขน และมือ หรือนิ้ว เส้นประสาทไขสันหลัง ส่วนคอคู่ที่ 6-7- 8 ตามแนวผิวหนังที่เลี้ยงด้วยรากประสาทเส้นนั้นๆ

2. เกิดจากกลุ่มอาการ TOS (Thoracic outlet syndrome) หรือกลุ่มอาการทีโอเอส เกิดจากการกดทับของเส้นเลือดและเส้นประสาทบริเวณระหว่างต้นคอกับรักแร้ไปจนถึงด้านหน้าของไหล่และหน้าอก

TOS เป็นกลุ่มอาการที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด โดยอาการจะแสดงให้เห็นเมื่อหลอดเลือดหรือเส้นประสาทถูกกดทับหรือบีบรัด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ การมีกระดูกซี่โครงบริเวณคองอกเกินมาแต่กำเนิด หรือมีประวัติกระดูกไหปลาร้าหักจนทำให้ช่องว่างระหว่างหลอดเลือดกับเส้นประสาทแคบลง รวมถึงอาจมีเนื้อเยื่อบริเวณคอที่เจริญเติบโตผิดปกติ

3. มีเนื้องอกบริเวณ “กระดูกไหปลาร้า” (Brachial plexus)ทำให้ไปกดทับเส้นประสาท เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการชาบริเวณมือได้

4.โรค Cubital Tunnel Syndrome โรคที่เกิดจากการกดทับของเส้นประสาท Ulnar ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่พาดผ่านบริเวณข้อศอกไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและรับความรู้สึกถึงบริเวณฝ่ามือ พอเส้นประสาทถูกกดทับ ก็อาจจะมีอาการปวดศอกร้าวไปถึงปลายนิ้วนางและนิ้วก้อย บางรายอาจมีอาการชา หรือในรายที่เป็นมากมาเวลานาน อาจมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงตามมาได้

5.กลุ่มอาการปวด ชา บริเวณข้อศอก นิ้วนางนิ้วก้อย (Carpal tunnel syndrome): CTS หรือประสาทมือชา เป็นภาวะที่เส้นประสาทมีเดียนซึ่งเป็นเส้นประสาทหลักของมือถูกบีบอัดหรือกดทับภายในข้อมือ เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างมือ หรือการใช้งานมืออย่างไม่เหมาะสม ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บ ชา และเป็นเหน็บบริเวณมือกับแขน ส่วนใหญ่อาการจะค่อยเป็นค่อยไป ผู้ป่วยมักต้องรักษาด้วยการใส่เฝือก การใช้ยา หรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมบางประเภทที่ทำให้เส้นประสาทมือเสียหาย และอาจต้องรับการผ่าตัดหากมีอาการรุนแรง

6.โรค Cubit tunnel syndrome มันเป็นอาการของเส้นประสาทที่ถูกบีบอัดบนข้อมือ ลดประสิทธิภาพการทำงานของข้อมือและนิ้วก้อย ทำให้รู้สึกชาเล็กน้อย ทำให้รู้สึกประสิทธิภาพถดถอยหรือลดลง

7.โรคปลายประสาทอักเสบ/ปลายประสาทเสื่อม (Peripheral neuritis) คือโรคที่มีการทำลายของเส้นประสาทบริเวณมือ แขน และขา โดยจะมีอาการชา ปวดแสบปวดร้อน เจ็บเหมือนโดนอะไรทิ่ม ที่บริเวณมือหรือเท้า สูญเสียการทรงตัว และกล้ามเนื้ออ่อนแรง

8. การกดทับเส้นประสาทแบบ pronator teres syndrome เป็นการกดทับเส้น ประสาทอัลน่า บริเวณมือ (Guyon canal syndrome) ทำให้เกิดอาการนิ้วหัวแม่ นิ้วชี้ นิ้วกลางเกิดอาการชา

ที่มา:twgreatdaily และ http://www.liekr.com/detail/phx2uvis5a
Advertisements

Advertisements

Advertisements
SHARE

Loading...
    Blogger Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น