รู้เเล้วเลิกกินด่วน! 14 อาหารใกล้ตัว ที่กินแล้ว อาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิต

Advertisements

Advertisements

รู้เเล้วเลิกกินด่วน! 14 อาหารใกล้ตัว ที่กินแล้ว อาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิต 

สิ่งที่เป็นอันตรายต่อชีวิตเรานั้น คนเราบางคนอาจจะไม่รู้ว่าอาหารที่เรากินอยู่ทุกวันนั้นมันก็มีสิ่งที่อันตรายต่อร่างกายของคุณเจือปนอยู่ด้วยเชื่อว่าเพื่อนๆหลายๆคนต้อง งง กันอยู่เเน่ๆเราจะมาดู 14 อาหารธรรมดา เเต่อันตรายนะใครที่กินอยู่ให้ลดลง หรือหยุดกินไปเลยจะดีมาก จะมีอะไรบ้างต้องไปดู

1 ลาบดิบ / แหนบดิบ / ลู่ดิบ หลายคนมักเข้าใจเพียงแค่บีบน้ำมะนาวหรือเหล้าลงในเนื้อดิบ ๆ ก็จะช่วยฆ่าเชื้อโรคหรือฆ่าพยาธิให้ตายได้ นั่นเป็นความคิดที่ผิด !! ดังนั้นสิ่งที่พวกเขารับประทานเข้าไปก็คืออาหารดิบที่เต็มไปด้วยพยาธิและเชื้อโรค ซึ่งเสี่ยงต่อระบบทางเดินอาหารอย่างมาก เพราะเหล่าพยาธิจะพากันไปวางไข่ในลำไส้ของคุณอย่างสบายใจเฉิบ ! และมันจะใช้ชีวิตอยู่กับคุณได้นานถึง 24 ปี !!

2 เนื้อย่าง กระบวนการรมไฟ ย่างไฟทำให้เกิดสาร เบโซไพรีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

3 ของหมักดอง อาหารหมักดองมีแบคทีเรีย Lactobacillus acidophilus ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย แบคทีเรียที่มีในอาหารหมักดอง จะช่วยทำความสะอาดลำไส้ ช่วยย่อยอาหาร และผลิตวิตามินบางอย่างให้ร่างกาย ทำให้ลำไส้ลื่น ซึ่งเป็นผลให้แบคทีเรียที่เป็นโทษไม่สามารถยึดเกาะที่จะทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้

4 เค้า/ขนมหวาน เค้ก ความอร่อยที่มาพร้อมกับปัญหา แน่นอนว่าใครก็รู้ว่าเค้กทำให้อ้วนได้ เพราะเค้กมีส่วนผสมของเนยสด แป้ง น้ำตาล ไข่ ครีมชีส ผงฟู เกลือ นมผง นม สารแต่งกลิ่น และรสชาติตามต้องการ ซึ่งส่วนผสมทั้งหมดนี้ล้วนมีโทษต่อร่างกายทั้งนั้น หากคุณรับประทานเค้กมากจนเกินไป นอกจากจะอ้วนสมใจแล้วคุณจะได้รับโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคมะเร็งเป็นของแถมอีกด้วย

5 สเต็ก สเต๊ก คุณรู้หรือไม่ว่าการจะรับประทานสเต๊กได้อย่างปลอดภัยนั้นต้องนำมาทำให้สุกเสียก่อน แต่ความสุกของสเต๊กนั้นมีอยู่ 5 ระดับ ตรงนี้แหละคือประเด็นสำคัญ เพราะความร้อนจะช่วยฆ่าเชื้อโรคที่แฝงมากับเนื้อสัตว์ได้ และมีความปลอดภัยลดหลั่นกันไปในแต่ละระดับ อย่างระดับที่ 1 ซึ่งเราจะเรียกว่า แรร์ (rare) เป็นระดับที่ถือว่าเสี่ยงต่อสุขภาพมากที่สุด เมื่อรับประทานเข้าไปก็อาจจะก่อให้เกิดโรคพยาธิ และโรคเกี่ยวกับระบบการย่อยและทางเดินอาหารได้

6 ผงชูรส ผงชูรส ความร้ายกาจที่คุณอาจคาดไม่ถึง ในผงชูรสนั้นจะมีส่วนประกอบที่เรียกว่า “โมโนโซเดียมกลูตาเมต” หากมันผสมอยู่ในร่างกายของคุณนาน ๆ มันจะแผลงฤทธิ์จนทำให้คุณต้องตกใจ เพราะมันเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็ง โรคตับอักเสบ และโรคไตวาย ยิ่งถ้าเป็นผงชูรสปลอมด้วยแล้ว ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่

7 ปาท่องโก๋ ความอันตรายในปาท่องโก๋ไม่ได้อยู่ที่ส่วนผสมหรือแป้งที่นำมาเป็นวัตถุดิบหลักแต่อย่างใด เพราะถึงแม้สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณอ้วนขึ้น แต่มันก็สามารถถูกกำจัดออกไปได้ด้วยการออกกำลังกาย แต่ภัยอันตรายร้ายแรงที่ทำให้ปาท่องโก๋แสนอร่อย ตกเป็นผู้ต้องหาในการทำลายสุขภาพนั้น อยู่ที่ ‘น้ำมัน’ ที่ใช้ในการทอดต่างหากละ

8 ไข่เยี่ยวม้า ไข่เยี่ยวม้ามี ตะกั่วค่อนข้างสูง ตะกั่วทำให้การดูดซึมแคลเซียมน้อยลง กินบ่อยๆ จะเสี่ยงโรคกระดูกโปร่งบาง และอาจได้รับพิษตะกั่ว เช่น สมองเสื่อม เป็นหมัน ฯลฯ

9 เฟรนช์ฟรายส์ เมนูอุปสรรคความสวยของผู้หญิงอย่างแท้จริง ! ด้วยการทอดที่ต้องใช้น้ำมันเป็นจำนวนมาก มันจึงทำให้คุณอ้วนได้ไม่ยากนัก และการทอดมันฝรั่งนั้นจะต้องใช้ความร้อนสูง และเมื่ออยู่ในอุณหภูมิที่สูงแล้ว สารเคมีที่ชื่อว่า “อะคริลิไมด์” ก็จะปรากกฏตัวออกมา ซึ่งเจ้าสารนี้มันเป็นสารก่อมะเร็ง

10 บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป บะหมี่สำเร็จรูปมีสารกัดบูด สารแต่งรสค่อนข้างสูง และมีคุณค่าทางอาหารต่ำ การกินบะหมี่สำเร็จรูปมากเกิน หรือบ่อยเกินอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคขาดอาหาร และการสะสมสารพิษได้

11 น้ำอัดลม โดยทั่วไปแล้วน้ำอัดลมจะมีน้ำตาลและสีเป็นส่วนผสม นอกนั้นที่รู้ก็คือการอัดแก๊สอะไรสักอย่างเข้าไปเพื่อทำให้เกิดฟองและรสชาติอันซาบซ่า โดยแก๊สที่อัดเข้าไปนั้นมันคือ “กรดคาร์บอนิก” และยังมีสารเคมีที่เป็นอันตรายมากกว่า นั่นก็คือ “กรดกำมะถัน” คุณอาจไม่รู้ว่ากรดชนิดนี้มันสามารถละลายตะปูได้ภายใน 4 วัน !

12 กะหล่ำปลีดิบ / ถั่วงอกดิบ จากการสำรวจพบว่า กะหล่ำปลีดิบนั้นมีสารพิษปนเปื้อนชื่อว่า กอยโตรเจน (Goitrogen) ซึ่งเป็นสารพิษที่เป็นอันตรายต่อต่อมไทรอยด์อย่างมาก เพราะมันจะไปยับยั้งการจับไอโอดีนของต่อมไทรอยด์ ส่งผลให้เป็นโรคคอหอยพอก ส่วนถั่วงอกดิบนั้นจะมีสารพิษตามธรรมชาติที่ชื่อว่า “ไฟเตต” ซึ่งมันจะเข้าไปขัดขวางการดูดซึมของแร่ธาตุอาหารในร่างกาย จนทำให้สุขภาพเสื่อมโทรม และเกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมา เพราะฉะนั้นถ้าอยากรับประทานอย่างปลอดภัยล่ะก็ คุณควรนำมาต้มให้สุกเสียก่อน แค่นี้คุณก็สามารถรับประทานได้อย่างสบายใจแล้ว

13 หมากฝรั่งไม่มีน้ำตาล จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลในหมากฝรั่งนั้นส่งผลกระทบต่อการทำงานของลำไส้อย่างมาก สารให้ความหวานที่ทางการแพทย์เรียกว่า “ซอร์บิทอล” (Sorbitol) นั้นแท้จริงแล้วมันก็คือน้ำตาลแอลกอฮอล์ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบาย เมื่อคุณเคี้ยวหมากฝรั่งชนิดนี้เข้าไปมาก ๆ จะทำให้คุณถ่ายบ่อยและมีอาการท้องร่วงจนน้ำหนักตัวลด และหากคุณจะใช้มันเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักล่ะก็ คุณคิดผิด !! เพราะมันจะทำให้ลำไส้และกระเพาะอาหารของคุณเสียหาย

14 เต้าหู้ยี้ กระบวนการหมักเต้าหู้อาจมีการปนเปื้อนเชื้อโรคได้ง่าย… ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อคนสูงอายุ หรือเด็กเล็กได้ นอกจากนี้กระบวนการผลิตยังทำให้เกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย

ขอขอบคุณที่มาจาก suptardara
Advertisements

Advertisements

Advertisements
SHARE

Loading...
    Blogger Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น