เป็นจริงเสมอมา!! สละเวลาอ่าน 1 นาที กับ 5 สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสอน แล้วคุณจะเข้าใจชีวิตมากขึ้นจริงๆ

Advertisements

Advertisements

เป็นจริงเสมอมา!! สละเวลาอ่าน 1 นาที กับ 5 สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสอน แล้วคุณจะเข้าใจชีวิตมากขึ้นจริงๆ

5 สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสอน สละเวลาอ่าน 1 นาที แล้วคุณจะเข้าใจชีวิตมากขึ้น พระพุทธองค์ทรงสอนพวกเราว่า…

1. ไม่ว่าเราได้พบเจอใคร เขาเหล่านั้นคือคนที่เราจะต้องได้พบเจอ ไม่มีใครเข้ามาในชีวิตเราด้วยเหตุบังเอิญ

2. ไม่ว่าจะเกิดเรื่องราวใดๆ ขึ้นในชีวิตเรา มันเป็นเรื่องที่จะต้องเกิด ไม่ว่าเรื่องนั้นจะดีหรือร้าย ไม่มีเรื่องใดที่บังเอิญ เพราะเราก็เคยทำอย่างนี้กับเขามาก่อนเมื่ออดีตชาติ

3. เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น เกิดเมื่อไหร่ ที่ไหน เวลาใด นั่นคือเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรที่ไม่ควรเกิด เพราะมันต้องเกิดต่อให้คุณเตรียมตัวหรือไม่ได้เตรียมตัว เมื่อปัจจัยถึงพร้อม สิ่งเหล่านั้นก็จะเกิดขึ้นในทันที

4. เมื่อปัจจัยจบ ต้องยอมรับว่าจบ อย่าเหนี่ยวรั้ง อย่าเอาแต่อาลัยอาวรณ์ ขอให้รู้ว่าเมื่อสุดมือสอยก็ให้ปล่อยมันไป กล้าเผชิญในสิ่งที่เกิดขึ้น เรื่องดีๆกำลังรอคุณอยู่ข้างหน้า

5. ทำความดีในปัจจุบันให้มากที่สุด แล้วไม่ต้องสนใจว่า เราเคยทำกรรมอะไรมาบ้าง เพราะคิดไปก็เปล่าประโยชน์ เราทำอะไรกรรมเก่าไม่ได้แล้ว แต่ผู้มีปัญญาจะคิดว่า กรรมใหม่ดีๆมีอะไรที่ยังไม่ได้ทำ และควรทำได้บ้าง แล้วจึงทำ สรุป กรรมดีในปัจจุบันสำคัญที่สุด!!!

การนินทาว่าร้าย เป็นเรื่องของเขา การให้อภัย เป็นเรื่องของเราการชอบพูดถึงความดีของเขา คือ ความดีของเราการชอบพูดถึงความไม่ดีของเขา คือ ความไม่ดีของเรา

การนินทาว่าร้าย เป็นเรื่องของเขา การให้อภัย เป็นเรื่องของเรา

การชอบพูดถึงความดีของเขา คือ ความดีของเรา

การชอบพูดถึงความไม่ดีของเขา คือ ความไม่ดีของเรา

พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าจะมีประโยชน์ต่อชีวิตของเราเมื่อน้อมนำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน..

สำหรับชาวพุทธเรา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้หลักสำคัญของพระพุทธศาสนาไว้ 3 ข้อใหญ่ ซึ่งสามารถครอบคลุมเอาคำสอนไว้ทั้งหมด จะถือเป็นแก่นแท้ หรือหัวใจของพระพุทธศาสนาก็ได้ ซึ่งได้แก่

1. การไม่ทำบาปทั้งปวง คือละเว้นจากอกุศลกรรมบถ 10 อย่าง

ด้วยกาย 3 คือ 1). ไม่ฆ่าสัตว์ 2). ไม่ลักทรัพย์ 3). ไม่ประพฤติผิดในกาม

ด้วยวาจา 4 คือ 1). ไม่พูดปด 2). ไม่พูดส่อเสียด 3). ไม่พูดคำหยาบ 4). ไม่พูดเพ้อเจ้อ

ด้วยใจ 3 คือ 1). ไม่เพ่งเล็งอยากได้ของผู้อื่น 2). ไม่มีจิตพยาบาทปองร้ายผู้อื่น 3). ไม่เห็นผิดจากคลองธรรม

2. การทำกุศลให้ถึงพร้อม โดยทำบุญหรือทำความดี 3 อย่าง คือ 1).ให้ปันสิ่งของ 2). รักษาศีล 3). เจริญภาวนา ซึ่งตรงกับ บุญกิริยาวัตถุ 3 ถ้าจะพูดให้ละเอียดลงไป เป็นบุญกิริยาวัตถุ 10 คือเพิ่มจากบุญกิริยาวัตถุ 3 อีก 7 ข้อ รวมเป็น 10 ได้แก่

1. ประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตัว

2. ทำบุญด้วยการขวนขวายรับใช้ช่วยเหลืองานการต่างๆ

3. ทำบุญด้วยการแบ่งส่วนบุญให้กับผู้อื่น

4. ทำบุญด้วยการอนุโมทนาบุญ หรือยินดีในบุญในความดีของผู้อื่น

5. ทำบุญด้วยการฟังธรรม หาความรู้เพื่อยกใจตนเองให้สูงขึ้น

6. ทำบุญด้วยการเทศน์สอนธรรมะให้ผู้อื่น เพื่อยกใจผู้อื่นให้สูงขึ้น และ

7. ทำบุญด้วยการทำความเห็นให้ตรงตามคลองธรรม

3. การทำใจให้ผ่องใส โดยหมั่นสวดมนต์เจริญภาวนา นั่งสมาธิ(Meditation)กลั่นใจให้ใสละเอียดมาขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง 3 ประการนี้เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาที่ศาสนาคริสต์เขาว่าจงรักกันและกัน ดังเช่นพระเจ้ารักท่าน ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องของการทำความดีในพระพุทธศาสนานั่นเอง

ธรรมะเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่อยากศึกษาให้ลึกซึ้ง

โอวาทปาฏิโมกข์ หลักคำสอนอันเป็นหัวใจพระพุทธศาสนา ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานในวันมาฆบูชา ประกอบด้วย หลักการ 3 อุดมการณ์ 4 และวิธีการ 6

หลักการ คือ หลักการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องมี 3 ประการ ได้แก่

1. การไม่ทำบาปทั้งปวง ได้แก่การงดเว้น การลดละเลิก ได้แก่ อกุศลกรรมบถ 10 ทางแห่งความชั่วมี 10 ประการ อันความชั่วทางกาย ทางวาจา และทางใจ

2. การทำกุศลให้ถึงพร้อม ได้แก่ การทำความดีทุกอย่างซึ่งได้แก่ กุศลกรรมบถ 10 เป็นแบบของการทำฝ่ายดีมี 10 ประกาศอันเป็นความดีทางกาย ทางวาจาและทางใจ

3. การทำจิตให้ผ่องใส ได้แก่ การทำจิตของตนให้ผ่องใส ปราศจากนิวรณ์ซึ่งเป็นเครื่องขัดขวางจิตไม่ให้เข้าถึงความสงบมี 5 ประการ ได้แก่

1. กามฉันทะ คือความพอใจในกาม ให้ควบคุมคุมด้วย ศีลข้อ 3 คือการไม่ประพฤติผิดในกาม

2. พยาบาท คือความอาฆาตพยาบาท ให้ควบคุมด้วย ศีลข้อ 1 คือการไม่ฆ่าสัตว์

3. ถีนะมิทธะ คือความหดหู่ท้อแท้ ง่วงเหงาหาวนอน ขี้เกียจ ให้ควบคุมด้วย ศีลข้อ 5 การไม่เสพสิ่งเสพติดอันเป็นเหตุให้ประมาท

4. อุทธัจจะ กุกกุจจะ คือความฟุ้งซ่าน รำคาญใจ ให้ควบคุมด้วย ศีลข้อ 2 การไม่ถือเอาสิ่งของที่เขาไม่ได้ให้

5. วิจิกิจฉา คือความสงสัย ให้ควบคุมด้วย ศีลข้อ 4 การไม่พูดเท็จ

อุดมการณ์ คือ เป้าหมายสูงสุดในการดำเนินชีวิต มี 4 ประการ ได้แก่

1. ความอดทน ได้แก่ ความอดกลั้น ไม่ทำบาปทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ

2. ความไม่เบียดเบียน ได้แก่ การงดเว้นจากการทำร้ายรบกวน หรือ เบียดเบียนผู้อื่น

3. ความสงบ ได้แก่ ปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ

4. นิพพาน ได้แก่ การดับทุกข์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นได้จากการดำเนินชีวิตตามมรรคมีองค์ 8

วิธีการ คือ แนวทางปฏิบัติฝึกหัดขัดเกลาตนและการเผยแผ่พระพุทธศาสนามี 6 ประการ คือ

1. อนูปวาโท ไม่ไปว่าร้ายกัน ผู้เผยแผ่คำสอนจะต้องไม่โจมตี ไม่นินทาใคร

2. อนูปฆาโต ไม่ไปล้างผลาญกัน ไม่เผยแผ่ศาสนาด้วยการฆ่า และต้องไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

3. ปาฏิโมกฺเข จ สํวโร สำรวมในพระปาฏิโมกข์ เว้นข้อที่ได้ตรัสห้ามไว้ และทำตามข้อที่ทรงอนุญาต

4. มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ ต้องรู้จักประมาณในการกิน การใช้เครื่องอุปโภคบริโภคทุกอย่าง

5. ปนฺตญฺจ สยนาสนํ เลือกที่นั่งที่นอนในที่สงบ เพื่อให้ตนเองมีโอกาสในการบำเพ็ญเพียรเต็มที่

6. อธิจิตฺเต จ อาโยโค ประกอบความเพียรในการทำใจหยุดนิ่งอยู่เสมอ มุ่งทำตนให้หลุดพ้นจากกิเลส

ที่มา...updatetoday.in.th
Advertisements

Advertisements

Advertisements
SHARE

Loading...
    Blogger Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น