กระชาย โสมไทย สุดยอดราชาสมุนไพรไทย มีสรรพคุณช่วยเพิ่มมวลกระดูก ป้องกันกระดูกเสื่อม

Advertisements

Advertisements

กระชาย โสมไทย สุดยอดราชาสมุนไพรไทย มีสรรพคุณช่วยเพิ่มมวลกระดูก ป้องกันกระดูกเสื่อม

สุดยอดราชาสมุนไพรไทย ฮิตติดอันดับเป็นอมตะตลอดกาล ครองใจคนไทยมานานแล้ว ที่ฮิตสุดๆคือ เพิ่มมวลกระดูก คนที่มีปัญหากระดูกเสื่อม ดื่มกระชายแล้ว มวลกระดูกเพิ่มขึ้นจริง

***กระชาย**** #ชื่อวิทยาศาสตร์ Boesenbergia pundurata ( Roxb.) Schitr. วงศ์ :: Zingiberaceae ชื่อท้องถิ่น :: กะแอน ,ระแอน (ภาคเหนือ) ,ขิงทราย (มหาสารคาม) ,ว่านพระอาทิตย์ (กรุงเทพฯ),จี้ปู ,ซีฟู (แม่ฮ่องสอน) เป๊าะซอเร๊อะ ,เป๊าะสี่ (กระเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน )
ลักษณะของพืช :: กระชายเป็นพืชล้มลุก สูงประมาณ 2 ศอกเศษ มีลำต้นใต้ดิน เรียกว่า เหง้า รูปทรงกระบอก ปลายแหลมจำนวนมากรวมติดกันอยู่เป็นกระจุก เนื้อในสีเหลือง มีกลิ่นหอมเฉพาะ เนื้อในละเอียด กาบใบสีแดงเรื่อ ใบใหญ่ยาวรี ปลายแหลมมีดอกเป็นช่อ สีขาวอมชมพู.

#การปลูก

ใช้เหง้าหรือหัวกระชายปลูกได้ดี กระชายชอบดินร่วนปนทราย ไม่ชอบดินแฉะ เวลาปลูกควรยกร่องหรือปลูกใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ก็จะดี โดยเอาหัวกระชายที่เตรียมไว้ ตัดใบทิ้งไป เหลือรากเอาไว้ เพียงสองราก ปลูกลงหลุม มีปุ๋ยคอกรองก้นหลุม กลบดินพอมิดก็พอ คลุมด้วยฟางเอาไว้ รดน้ำให้ชุ่มพอสมควร ฤดูที่ปลูก คือปลายฤดูแล้ง ความชุ่มชื้น ต้องการเพียงน้ำฝนก็พอแล้ว

#กระชาย

นับว่าเป็นเครื่องเทศ ที่ปลูกกันตามบ้านเรือนทั่วไป อาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา ได้แนะนำให้นำมาทำอาหารให้เป็นยา ช่วยเพิ่มมวลกระดูก และสารพัดสรรพคุณจากกระชาย ....

#ส่วนที่ใช้เป็น

ยา :: เหง้าใต้ดิน
รส และสรรพคุณยาไทย :: รสเผ็ดร้อน เล็กน้อย ขมนิดหน่อย ใช้แก้ปวดมวนในลำไส้ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ บำรุงกำลัง

#ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

ในเหง้ากระชาย มีสารสำคัญคือ น้ำมันหอมระเหย ( Essential oil ) แต่พบมีจำนวนไม่มาก มีรายงานว่าได้ น้ำมันหอมระเหย ประมาณร้อยละ 0.08 ในน้ำมันหอมระเหย ประกอบด้วยสารเคมีหลายชนิด เช่น 1.8-Cineol ,Boesenbergin A,dl-Pinostrobin,Camphor

#ในการทดลอง

พบว่า สารจากเหง้ากระชาย มีประสิทธิภาพยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ได้ผลในเชื้อแบคทีเรียมากกว่าเชื้อราเชื้อแบคทีเรียที่ได้ผลคือBacillus subtills ,แบคทีเรียในลำไส้และแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ขับลม ช่วยให้กระเพาะและลำไส้ เคลื่อนไหว ช่วยให้เจริญอาหารอีกด้วย

#คุณค่าทางด้านอาหาร

กระชายมีรสเผ็ดร้อนพอสมควร จึงช่วยดับกลิ่นคาวได้ นำไปปรุงอาหารได้หลายอย่าง โดยเฉพาะในอาหารไทยของเรา เช่น น้ำยาราดขนมจีน แกงป่าปลาดุก ผัดเผ็ดปลาดุก ฯลฯ

#สรรพคุณของกระชายมีมากมาย

ในทัศนะของอาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา.
กระชาย เมื่อปั่นคั้นน้ำ แล้วมีสารอาหารมากมาย มีธาตุเหล็ก แคลเซียม นอกจากนั้นก็เป็นเกลือแร่ต่างๆ ทั้งวิตามิน ซี วิตามิน เอ ,บี 1,บี3,บี6 มีประโยชน์มากมาย เช่น

- ช่วยบำรุงเส้นเอ็นให้แข็งแรง กระดูกไม่เปราะบาง

- ช่วยบำรุงตับ ไต ให้แข็งแรง ดูแลระบบมดลูก รังไข่ กระเพาะปัสสาวะ ดูแลหูรูดกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรง

- ช่วยบำรุงหัวใจ ระบบกล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง เต้นสม่ำเสมอ ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ดีขึ้น

- ช่วยฟื้นฟูต่อมไร้ท่อต่างๆ เช่นต่อมไทรอยด์ ต่อมใต้สมอง ต่อมหมวกไต ตับอ่อน เมื่อต่อมไทรอยด์ปกติดี จะไม่เป็นโรคคอพอก และยังมีส่วนลดกรดยูริก

- ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศหญิง คือเอสโตรเจน และฮอร์โมนเพศชายคือ เทสโทสเตอโรน ซึ่งมีอยู่ในร่างกายของทุกคน ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิง ถ้าผู้หญิงมีฮอร์โมนเพศหญิงในตัวมากเกินไป ก็อาจะเป็นมะเร็งเต้านม หรือมีน้อยไป ก็อาจเป็นมะเร็งปากมดลูก ส่วนผู้ชายนั้น น้ำกระชายจะคุมไม่ให้เป็นต่อมลูกหมากโต

- ช่วยบำรุงสมอง ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนกลางดีขึ้น ถ้ากินคู่กับบัวบก จะบำรุงสมองได้โดยตรง ต้องกินประจำ เพื่อป้องกันความจำเสื่อม

- ปรับสมดุลความดันให้พอดี ไม่ให้สูงหรือต่ำเกินไป

- ดื่มน้ำกระชาย เป็นประจำ ช่วยให้เส้นผมไม่หงอกก่อนวัย เล็บมือ เล็บเท้า แข็งแรง

- ช่วยขับน้ำคาวปลา สตรีหลังคลอดบุตร

#ในน้ำกระชายมีสารอาหารอยู่2กลุ่ม

@กลุ่มที่ 1 ละลายในน้ำ จะดูดซึมในลำไส้เล็ก เช่น วิตามินชี ,บี 1,บี 3, บี 6

@กลุ่มที่ 2 เช่นวิตามิน เอ วิตามิน เค วิตามิน อี ก็จะดูดซึมที่กระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารคนเราจะดูดซึมเฉพาะสารอาหาร ที่ละลายในน้ำมัน ฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องกินอาหารที่มีไขมันบ้าง ไม่งั้นกระเพาะจะดูดซึมไม่ได้ กระเพาะอาหาร มันจะดูดซึม สารอาหารที่ละลายในน้ำมัน เช่นวิตามิน เอ วิตามิน อี พวกนี้ต้องดูดซึมที่กระเพาะอาหาร เพราะฉะนั้น ถ้ากระเพาะเราดูดซึมไม่ได้ ผิวเราจะเหี่ยว ภูมิต้านทานที่ผิวไม่ค่อยมี สังเกตว่า ถ้าเราผิวเหี่ยว หน้าเหี่ยวหน้าแห้ง แปลว่า การดูดซึมที่กระเพาะเราไม่ดีแล้ว เพราะมันดูดซึมวิตามิน เอ กับ วิตามิน อี ไปไม่ได้ คนโบราณเมื่อกินอาหารเสร็จ เขาจึงตามด้วยของหวาน เพราะต้องส่งน้ำตาลไปให้ดูดกลืน เนื่องจากที่กระเพาะจะต้องมีน้ำตาลไปหมักแอลกอฮอล์อีกที จากนั้นแอลกอฮอล์ จึงจะไปสกัดสารอาหารบางตัวออกมา เพื่อเกิดการดูดซึมที่กระเพาะ นี่แหละค่ะคือเหตุผลที่ว่า ทำไมต้องเติมความหวานลงไปในน้ำกระชาย ด้วยเหตุผลนี่แหละค่ะ ถ้าไม่เติมความหวานลงไป สารอาหารจากน้ำกระชาย จะดูดซึมที่กระเพาะอาหาร ก็ดูดซึมไปใช้ ไม่ได้

*** ในน้ำกระชาย 1 แก้ว มีคุณค่าสูงกว่านม 1 แก้วหลายๆ เท่า ถ้าให้เด็กดื่มประจำ จะช่วยให้ กระดูกมีโครงสร้างที่แข็งแรง ทำน้ำกระชายแล้ว เก็บน้ำกระชายใส่ขวดแซ่ตู้เย็น ไว้เป็นหัวเชื่อได้ 1 เดือน เวลาจะดื่มก็นำมาเจอจาง พลิกแพลงสูตรได้ตามต้องการ จะเอาใส่ในน้ำ หม่อน ( Mulberry)หรือ น้ำเฮลบลูบอย หรือ น้ำผลไม้ อื่นๆก็ได้ หรือจะ ทำสูตร กระชายผสมน้ำผึ้ง มะนาว ก็ อร่อย

#สูตรน้ำกระชายผสมน้ำผึ้งมะนาว.

@กระชาย 1 ขีด
@น้ำผึ้ง 2ซ้อนโต๊ะ
@มะนาว 1 ลูก

#วิธีทำน้ำกระชาย

- นำกระชายมาล้างในน้ำเกลือ ให้สะอาด ประมาณ 1ขีด

- หั่นกระชายเป็นแว่นๆ ใส่เครื่องปั่นแล้วเติมน้ำ 3 แก้ว

-ปั่นให้ละเอียด แล้วกรองเอาแต่น้ำ ทิ้งกากไป (ห้ามกินกาก ) เอามาพอกหัวเข่า ช่วยลดอาการปวดเข่าได้

-ใช้เป็นหัวเชื้อ ใส่ขวดเก็บในตู้เย็น ได้หลายวัน เก็บได้ 1เดือน

- เวลาจะดื่มก็เทใส่แก้วแล้วเติมน้ำสะอาดให้เจือจาง ใส่น้ำผึ้ง มะนาวลงไป ชิมรสได้ตามใจชอบ

@เพื่อประโยชน์สูงสุด ของการดื่มน้ำกระชาย เพื่อเพิ่มมวลกระดูก ขอให้ดื่มตามช่วงเวลา 15.00-17.00น.เพราะลมปราณกระเพาะปัสสาวะ ระบบเพศ มดลูก รังไข่ จะมีพลังหมุนเวียน ช่วงนี้มากที่สุด

***ขอบคุณอาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา ผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ธรรมชาติบำบัดอาหาร เป็นยา
ได้พิสูจน์แล้วว่า สูตรน้ำกระชาย ช่วยบำบัดรักษา และสุขภาพแข็งแรง มวลกระดูกหนาแน่นจริงๆ

ขอขอบคุณ แหล่งข้อมูล จากหนังสือ รักษาโรคด้วยสมุนไพร เขียนโดยคุณ ยุวดี จอมพิทักษ์
Advertisements

Advertisements

Advertisements
SHARE

Loading...
    Blogger Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น