คนมีลูกต้องรู้ เคล็ดลับง่ายๆ ต้มหอมแดงให้ลูกอาบแก้หวัด ได้ผลดีอาการป่วยหยุดชะงัก!!

Advertisements

Advertisements

คนมีลูกต้องรู้ เคล็ดลับง่ายๆ ต้มหอมแดงให้ลูกอาบแก้หวัด ได้ผลดีอาการป่วยหยุดชะงัก!!

ช่วงนี้อากาศบ้านเราเปลี่ยนบ่อยเดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวร้อน เลยทำให้หลายๆคนมีอาการไม่สบายโดยเฉพาะเด็กๆ ที่เป็นหวัดไม่สบายเป็นว่าเล่น วันนี้เราเลยขอแชร์อีกหนึ่งเคล็ดลับดีๆที่คุณ Smally Qty ได้ออกมาแบ่งปันไว้ เป็นวิธีง่ายๆ และได้ผลดีจริงๆ

How to เมื่อลูกน้อยเป็นหวัด มีน้ำมูกมาก หายใจไม่สะดวก ใครยังไม่รู้ก็ลองทำ ใครรู้แล้วก็เลื่อนผ่านไปน้า
ลองต้มหอมแดงให้อาบดู ตอนแรกก็ไม่เชื่อกลัวลูกจะแสบ จากการที่ล้างจมูก กินยาตามอาการ วิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีนึงที่ได้ผลดีชะงักเลยทีเดียว เหมาะกับเด็กเล็กค่ะ วิธีทำให้คุณแม่ นำหัวหอม 1 กำมือ แกะเปลือกชั้นนอก ล้างทำความสะอาด นำไปต้มในน้ำร้อนจนเดือดประมาณ 5 นาที

แล้วนำไปผสมในน้ำที่ใช้อาบโดยไม่ต้องเทหัวหอมทิ้ง แต่เจ้โซวกลัวไม่กล้าลงไปในอ่าง คุณแม่เลยแยกหัวหอมออก น้ำมันระเหยจากหัวหอมจะช่วยให้ลูกของคุณแม่หายใจได้โล่งขึ้นค่ะ ทำทุกวัน ทุกครั้งที่อาบน้ำ รับรองหายแน่ๆค่ะ คำแนะนำเพิ่มเติม ใช้น้ำผสมหัวหอมต้มอาบตัว +สระผม น้ำล้างหน้าควรใช้น้ำเปล่าปกติ

ตำรายาไทยจึงใช้หัวหอมแดง ต้มผสมน้ำอาบ แก้หวัดคัดจมูก ช่วยให้เด็กหายใจได้คล่องขึ้น หรือเป็นการระบายน้ำมูก เคลียร์จมูกได้

ด้วยเหตุผลที่ยังไม่มีการยืนยันทางการแพทย์ ดังนั้นการใช้วิธีนี้จึงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ และ ความระมัดระวังของพ่อแม่ด้วยค่ะ

หลังอาบเสร็จหน้าตาสดใสเชียว

ชมคลิป



เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้ผลดีและไม่อันตรายสำหรับเด็กจริงๆ เพราะในหัวหอม จะมีน้ำมันอัล ลิลิก ไดซัลไฟด์ มีคุณสมบัติเป็นน้ำมันหอมระเหย รักษาอาการหวัดแบบไม่มีไข้ ได้เป็นอย่างดี

ขอขอบคุณที่มาจาก : Smally Qty 
Advertisements

Advertisements

Advertisements
Share on Google Plus

www.deethojai.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับสุขภาพ อาหาร วิตามิน สารอาหาร โภชนาการ โรคทางโภชนาการ แนะนำเทคนิคการการกิน เกร็ดความรู้ เคล็ดลับต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกกรณี ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

    Blogger Comment
    Facebook Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น