สูตรกล้วยและขิงปั่น กินช่วยเผาผลาญไขมันในกระเพาะอาหารของเราได้

Advertisements

Advertisements

สูตรกล้วยและขิงปั่น กินช่วยเผาผลาญไขมันในกระเพาะอาหารของเราได้

หลายๆคนอาจจะเคยต้องการอาหารเสริมที่เชื่อว่าสามารถช่วยในการลดน้ำหนักของร่างกายและโรคอ้วนที่ดีกว่าธรรมชาติ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยจะได้ผลสักเท่าไหร่ และยังมีความเสี่ยงต่อร่างกายในภายหลังอีกด้วย ในขณะที่ยาทางการแพทย์ในปัจจุบันจะมองไปที่ส่วนผสมที่ได้มาจากสมุนไพร ผักและผลไม้ต่างๆ ตามธรรมชาติมากกว่า และยังสามารถทำให้เห็นผลได้ดีและปลอดภัยต่อร่างกายกว่าอาหารเสริมอีกด้วย

อย่างที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ได้กล่าวเอาไว้ ก็คือ ไม่มีอาหารหรือการออกกำลังกายเฉพาะเจาะจงใดๆที่จะทำให้สามารถลดไขมันในร่างกายของเราได้โดยตรง แต่การออกกำลังกายเป็นประจำและการรับประทานอาหารอย่างถูกหลักทางโภชนาการจะมีส่งผลต่อไปยังสุขภาพของเราในทางอ้อมและเห็นผลในระยะยาวมากกว่า

บทความนี้เราจึงมานำเสนอ กล้วยและขิงปั่นที่อร่อยและยังสามารถนำความสมดุลของน้ำหนักในร่างกายของคุณให้กลับมาได้ตามปกติดังเดิม

เป็นที่รู้กันดีว่า “กล้วย” นั้นเต็มไปด้วยเส้นใย แร่โพแทสเซียม สารต้านอนุมูลอิสระและน้ำตาลธรรมชาติ ที่สามารถบำรุงและเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายของเรา อีกทั้งยังสามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดและการดูดซึมสารอาหารในร่างกายได้ดีขึ้น ในขณะที่ขิงจะช่วยในการเผาผลาญสารอาหารของคุณได้ดีขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน

โดยมีส่วนผสมดังนี้

ขิงขูด 1 ช้อนโต๊ะ

กล้วยสุกแช่แข็ง 1 ลูก

บลูเบอร์รี่แช่แข็ง 1 ลูก

เมล็ดแฟลกซ์ 2 ช้อนโต๊ะ

ผักโขม 1/2 ถ้วย

วิธีการทำนั้นง่ายมาก โดยการนำทุกอย่างที่กล่าวข้างต้นมาปั่นเข้าด้วยกันทั้งหมด เสร็จแล้วสามารถนำมารับประทานได้เลย โดยเราจะรับประทานน้ำปั่นนี้แทนอาหารเช้าของคุณ และมันจะทำให้น้ำหนักของคุณลดลงได้เลย 2-4 ปอนด์ ในเวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

อ้างอิง : http://www.healthyfoodhouse.com/banana-ginger-smoothie-to-help-burn-stomach-fat/
แปลบทความโดย : http://www.deethojai.com/
Advertisements

Advertisements

Advertisements
Share on Google Plus

www.deethojai.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับสุขภาพ อาหาร วิตามิน สารอาหาร โภชนาการ โรคทางโภชนาการ แนะนำเทคนิคการการกิน เกร็ดความรู้ เคล็ดลับต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกกรณี ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

    Blogger Comment
    Facebook Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น