แจกวิธีบรรเทาอาการความดันโลหิต อย่างได้ผล ด้วยวิธีทางธรรมชาติ

Advertisements

Advertisements

แจกวิธีบรรเทาอาการความดันโลหิต อย่างได้ผล ด้วยวิธีทางธรรมชาติ

1. ลดความดันโลหิตด้วยเมล็ดทานตะวัน

ส่วนผสมที่ต้องการ 

น้ำเย็น 1.5 ลิตร

เมล็ดทานตะวัน 2 ถ้วย



ขั้นตอนการทำ

นำเมล็ดทานตะวันไปล้างในน้ำเย็น แล้วนำไปต้ม ลดระดับความร้อนลงให้อุ่นเป็นระยะเวลาอีก 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นเมื่อน้ำเย็นลง สามารถนำไปดื่มได้เลยในระหว่างวัน อีกทั้งยังสามารถเก็บใส่ขวดไว้ดื่มในครั้งต่อไปได้อีกด้วย เมื่อดื่มไปแล้วมันจะทำให้ความลันโลหิตของเรากลับมาในระดับปกติแทบจะทันที เราจึงแนะนำสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูงรับประทานสิ่งนี้เข้าไป

2. ปรับระดับความดันโลหิต

เพื่อที่จะลดระดับความดันโลหิตของคุณให้ลงมา คุณจำเป็นต้องนำผ้าฝ้ายไปแช่ในน้ำส้มสายชู 6% แล้วนำมาวางไว้บนพื้น โดยคุณไปยืนอยู่บนผ้านั้นแล้วนวดบริเวณคอของคุณด้วยผ้าที่แช่ด้วยน้ำส้มสายชูอีกผืนตามไปด้วย ทำเป็นระยะเวลา 10-15 นาที และไม่ควรทำมากกว่า 15 นาที เนื่องจากมันจะทำให้ความดันโลหิตของคุณลดลงมากเกินไป

3. ควบคุมความดันโลหิตด้วยหัวหอม

นำหัวหอมไปแช่ไว้ในขวดโหลที่มีน้ำเย็น ปล่อยทิ้งไว้ 1 คืน เราก็จะได้ยาที่นำมาดื่มได้ในตอนเช้าขณะท้องว่างเพื่อลดความดันโลหิต โดยที่หอมสามารถนำไปประกอบอาหารต่อได้ ในขณะที่ตอนเย็นก็ทำแบบนี้ได้เช่นเดียวกัน คุณควรจะรับประทานแบบนี้เป็นประจำทุกวัน ผลออกมาจะทำให้ความดันโลหิตของคุณลดลงมาในระดับปกติได้อย่างแน่นอน

อ้างอิง : http://www.healthyfoodstar.com/how-to-rapidly-lower-blood-pressure/
แปลบทความโดย : http://www.deethojai.com/
Advertisements

Advertisements

Advertisements
Share on Google Plus

www.deethojai.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับสุขภาพ อาหาร วิตามิน สารอาหาร โภชนาการ โรคทางโภชนาการ แนะนำเทคนิคการการกิน เกร็ดความรู้ เคล็ดลับต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกกรณี ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

    Blogger Comment
    Facebook Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น