อ่านจบน้ำตาก็ไหลออกมา! สามีคิดว่าภรรยาไม่ทำงาน ไม่ช่วยหาเงิน ไม่ทำอะไรเลย (อยากให้สามีทุกคนได้อ่าน)

Advertisements

Advertisements

อ่านจบน้ำตาก็ไหลออกมา! สามีคิดว่าภรรยาไม่ทำงาน ไม่ช่วยหาเงิน ไม่ทำอะไรเลย (อยากให้สามีทุกคนได้อ่าน) 

เรื่องมีอยู่ว่า…

ทุกวันที่สามีกลับมาจากทำงาน สามีจะไม่พอใจภรรยา เพราะเห็นว่า ภรรยาอยู่บ้าน ไม่ได้ทำอะไรเลย สามีรู้สึกรำคาญ และไม่ค่อยพูดจากับเธอ เพราะเห็นว่าเธอ ไม่ทำงาน ไม่ช่วยหาเงิน ทำงานไม่เป็น วันๆ ได้แต่อยู่ในบ้าน ทำงานบ้าน ที่สามีหลายๆคนคิดว่า งานที่ทำ ไม่ได้เงิน ….

ภรรยา ก็ไม่เคยท้อ และไม่เคยน้อยใจ ช่วยที่สามีมองเธอเช่นนั้น แต่ก็มีบ้างที่เธอรู้สึกไม่ดีที่ไม่สามารถทำงานหาเงินช่วยค่าใช้จ่ายในบ้าน และเธอก็ยังคงทำหน้าที่เธอต่อไป

วันหนึ่ง สามีบ่นภรรยาอย่างรุนแรง และได้พูดคำที่ทำให้เธอรู้สึกเสียใจ …..สามี “คุณไม่ต้องทำงานในบ้าน คุณก็อยู่ได้ ผมซิ ทำงาน เช้าถึงค่ำเพื่อเลี้ยงดูคุณและลูก” คำพูดของสามี ทำให้เธอร้องไห้ และนอนไม่หลับ

วันรุ่งขึ้น สามี รีบอาบน้ำแต่งตัว เพื่อที่จะไปทำงาน ดูเสื้อที่แขวนอยู่ ที่รีดแล้วไม่มี เธอจึงถามภรรยาว่า ไหนเสื้อผม คุณไม่รีดหรอกหรือ ภรรยา ตอบว่า ไม่ฉันไม่ทำมัน

สามีนั่งโต๊ะ อาหาร เพื่อรับอาหารเช้า แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะวันนี้ อาหารเช้าไม่มีสำหรับเค้า

สามีกลับจากทำงาน เห็นลูกๆสองคน วิ่งเล่นน้ำอยู่หน้าบ้าน ใส่ชุดนอน ผมหยุ่งเหยิง พอเห็นพ่อกลับมา ลูกๆจึงเอาสายยางฉีดน้ำหาพ่อ ทำให้เค้าเปียกชื้นทั้งตัว

สามีเปิดประตูบ้าน สภาพที่เห็นคน ข้าวของในบ้าน รกมาก เห็นมองไปที่โต๊ะ อาหาร มีแต่กล่องข้าว และถุงเศษอาหาร ที่กินแล้วไม่เก็บกวาด

สามีรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก จึงรีบเดินเข้าครัว เค้าเห็นสภาพในครัว มีแต่จานที่เละเทอะ และมีกลิ่นเหม็น ที่พื้นก็แชะ มีน้ำเต็มไปหมด

สามีเรียกภรรยา อย่างสุดเสียงว่า คุณอยู่บ้าน คุณไม่ทำอะไรเลยหรือ ไม่ทำงานเลยหรือ

ภรรยา ตอบว่า ปกติฉันก็ทำงานตลอด แต่คุณก็ยังพูดว่า ฉันไม่ทำอะไรเลย ไม่ช่วยคุณเลย และวันนี้ ฉันไม่ได้ทำงานที่ฉันทำทุกวัน สภาพบ้านมันเลยเป็นเช่นนี้ นี้คืองานของฉัน งานที่ไม่มีวันหยุด งานที่ไม่มีใครช่วยได้ ทั้งลูกและคุณ งานที่หนัก แต่ไม่ได้เงิน งานที่ยาก ที่สามีเห็นว่าง่าย คุณทำเองดีไม อยู่บ้านดีไม? เปลี่ยนให้ฉันทำงานนอกบ้านบ้าง เพื่อที่ฉันจะได้พักผ่อนเช่นคุณ

อ่านแล้วรู้สึกชอบมาก แชร์ให้คนที่เรารัก และคนรักเราได้อ่านนะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : น้องหมีโคล่า
Advertisements

Advertisements

Advertisements
SHARE

Loading...
    Blogger Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น