แชร์เก็บไว้เลย วิธีแก้ตะคริวที่น่องหายได้ผล 100% ภายใน 1 นาที หายจริงๆ

Advertisements

Advertisements

แชร์เก็บไว้เลย วิธีแก้ตะคริวที่น่องหายได้ผล 100% ภายใน 1 นาที หายจริงๆ 

ก่อนนี้ผมจะเป็นตะคริวที่น่องประจำ ส่วนมากจะเป็นตอนนอนกำลังฝันดีๆ คนที่บ้านก็เป็น เวลาเป็นนี่บอกเลยทรมานมาก ร้องหาคนมานวดให้ประจำ

ได้วิธีแก้มาจากอาจารย์ท่านหนึ่ง และได้ทดลองทำตามไม่ถึง 1 นาทีหายจริงๆ คนที่บ้านได้ทำตามก็หาย และไม่เคยเรียกให้ใครมานวดให้อีกเลย

วิธีแก้

    นอนราบกับพื้น
    ให้ยกเท้าที่เป็นตะคริวขึ้นสูงประประมาณสองคืบ แล้วเหยียดปลายเท้าให้ตึง
    ยกแขนฝั่งที่ไม่เป็นขึ้น แล้วโน้มแขนไปด้านหลังให้ติดใบหูให้ตึง
    ไม่ถึง 1 นาทีหายแน่นอน สมมุติเป็นตะคริวขาขวา ยกขาขวาขึ้นเหยียดปลายเท้าให้ตึง ยกแขนซ้ายขึ้นโน้มไปด้านหลังให้ตึ่ง

นับ 1-10 ในใจ พอถึง 10 ท่านจะหายปวดทันที สาเหตุของตะคริว


1. มีการออกกำลังกายมากเกินไป หรือใช้กล้ามเนื้อขามากเกินไป

2. ยืนหรือนั่งเป็นเวลานาน เช่นนั่งนำงาน หรือยืนทำงานนานๆโดยไม่มีการพักขา (ใครเป็นพยาบาล หรือ พนักงานต้อนรับอาจจะมาจากกรณีนี้ได้)

3. ร่างกายขาดเกลือแร่บางชนิดหรือ ได้รับโพแทสเซียม แคลเซียมไม่เพียงพอ

4. มีภาวะการขาดน้ำ ดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือร่างกายเสียเหงื่อมากเกินไป (อากาศร้อนๆแบบบ้านเรานี้ก็อาจจะเป็นสาเหตุได้) ออกกำลังกายเวลาเท่าไรควรดื่มน้ำเท่าไร เรามีคำตอบ??

5. ทานยาบางชนิด เช่น ยาทางจิตเวช ยาคุมกำเนิด ยาขับปัสสาวะ ยาลดไขมัน สเตียรอยด์

6. คนที่มีเท้าแบน (flat feet)

7. คนที่เป็นโรคไทรอยด์

ที่มา...http://www.senesouk.com/2017/12/100-1.html
Advertisements

Advertisements

Advertisements
Share on Google Plus

www.deethojai.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับสุขภาพ อาหาร วิตามิน สารอาหาร โภชนาการ โรคทางโภชนาการ แนะนำเทคนิคการการกิน เกร็ดความรู้ เคล็ดลับต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกกรณี ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

    Blogger Comment
    Facebook Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น