มะระขี้นก กินบ่อยๆ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ลดความอ้วน และชะลอความแก่

Advertisements

Advertisements

มะระขี้นก กินบ่อยๆ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ลดความอ้วน และชะลอความแก่

มะระขี้นก เป็นพืชเถาเลื้อยที่ขึ้นง่ายตามป่ารกทั่วไป เป็นพืชสมุนไพรรสขมที่มีสรรพคุณทางยารักษาและป้องกันโรคภัยต่างๆ มากมาย พืชตระกูลมะระนี้ จะมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือมะระจีนและมะระขี้นก มะระจีนจะมีสรรพคุณทางสมุนไพรน้อยกว่ามะระขี้นก และมีผลที่ใหญ่กว่า


ส่วนมะระขี้นกจะมีผลขนาดเล็ก เป็นอาหารโปรดของพวกนกทุกชนิด โดยเฉพาะเมล็ดสีแดงข้างใน มะระขี้นกจึงขยายพันธุ์ไปได้ไกลโดยการช่วยของนก เมื่อมีการขับถ่ายมูลที่ปนเมล็ดของมะระออกมา

มะระขี้นกมีถิ่นกำเนิดในซีกโลกตะวันออก กลุ่มประเทศใกล้เส้นศูนย์สูตร ไปจนถึงตอนบนที่อบอุ่น ดังนั้นจึงสามารถพบเห็นอาหารหลายอย่างของชนชาติเหล่านี้นิยมใช้มะระขี้นกเป็นส่วนประกอบของอาหารหลายหลาก โดยใช้ทั้งต้น ผล ใบ

มะระขี้นก เป็นผักพื้นบ้านที่ขึ้นได้ทั่ว ๆ ไป ลูกเล็กรูปร่างคล้ายกระสวย ผิวเปลือกขรุขระและมีปุ่มยื่นออกมา ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะมีสีเหลืองอมแดง ปลายผลจะแตกเป็น 3 แฉก นกชอบมาจิกกินทั้งผลและเมล็ด แล้วก็ถ่ายเมล็ดไว้ตามที่ต่าง ๆ จึงเรียกกันว่ามะระขี้นก

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของ มะระขี้นก

มะระขี้นกแทบไม่จำเป็นต้องปลูก เพราะขึ้นได้ง่าย จนเกษตกรบางท่านยังคิดว่าเป็นวัชพืช มะระขี้นกเป็นไม้เลื้อยพันต้นไม้อื่น มีมือเกาะ ลำต้นเป็นเหลี่ยมมีขนปกคลุม ใบเดี่ยวออกสลับลักษณะคล้ายใบแตงโมแต่เล็กกว่า มีสีเขียวทั้งใบ ขอบใบหยัก เว้าลึก มี 5-7 หยัก ปลายใบแหลม ออกดอกเดี่ยวตามง่ามใบ สีเหลืองอ่อน มี 5 กลีบ เกสรมีสีเหลืองแก่ถึงส้ม กลีบดอกบาง ช้ำง่าย ผลเดี่ยว รูปกระสวย ผิวขรุขระ มีปุ่มยื่นออกมา ผลอ่อนมีสีเขียว ผลสุกมีสีเหลืองถึงส้ม ผลแก่แตกอ้าออก เมล็ดสุกมีสีแดงสด รูปร่างกลมแบน

ดอกมะระขี้นก เป็นดอกเดี่ยวแยกเพศผู้เพศเมียในต้นเดียวกัน เจริญมาจากช่อดอกมีก้านยาว เหมือนเส้นลวดเล็กๆ เส้นผ่านศูนย์กลางของดอกประมาณ 2.5 – 3.5 เซนติเมตร มีกลีบนอก 5 กลีบ สีเขียวปนเหลือง และกลีบใน 5 กลีบ สีเหลืองสด ดอกตัวผู้จะเจริญออกมาก่อนดอกตัวเมีย เกสรตัวผู้ มี 3 อัน และแต่ละอันมีก้านชูเกสรตัวผู้นี้ 3 อัน มีอับเรณู 3 อัน ดอกตัวเมียมีรังไข 1 อัน และ Stigma 3 คู่ และมีก้านชู เกสรตัวเมีย 3 อัน

เมล็ดมะระขี้นก มีรูปร่างกลมรี แบน ปรายแหลมผิวขรุขระ เมื่อแก่เต็มที่จะมีเมือกสีแดงห่อหุ้มอยู่ และเนื่องจากมะระขี้นกเป็นผักพื้นบ้านที่ขึ้นอยู่ทั่วไปในธรรมชาติเป็นเถาไม้เลื้อยที่ขึ้นคลุมพืชอื่นๆ ได้ ดังนั้น เมื่อผลสุกจึงมักมีนกมาจิกกินทั้งผลและเมล็ด จากนั้นก็ไปถ่ายไว้ตามที่ต่างๆ เมื่อเมล็ดงอกขึ้นมาใหม่ จะเกาะเกี่ยวเลื้อยไปตามที่ต่างๆ ที่เกาะได้ เช่น แนวรั้ว ต้นไม้ใหญ่ๆ ด้วยเหตุนี้เองจึงได้ชื่อว่า “มะระขี้นก”
อาหารพื้นบ้านกินได้ทุกส่วนของ มะระขี้นก

มะระขี้นก มีรสขมกว่ามะระจีน จึงนิยมกินในหมู่ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ผลอ่อนนำไปต้มหรือเผากินได้ทั้งลูก ผลแก่ต้องนำมาผ่ากลาง คว้านเมล็ดออกเสียก่อน การลดความขมของมะระขี้นกนั้นทำได้โดยต้มน้ำให้เดือดจัด ใส่เกลือสักหยิบมือ ลวกมะระในน้ำเดือดสักครู่ มะระจะยังคงมีผลสีเขียวสด หรือจะต้มกินกับน้ำพริกก็ได้ บางครั้งราดด้วยกะทิสดเพื่อเพิ่มรสชาต การปรุงแกงจืดมะระขี้นกยัดไส้หมูสับ ต้องต้มนานหน่อยให้ความขมจางลง หรือปรุงอาหารเผ็ด เช่น พะแนงมะระขี้นกยัดไส้ หรือเป็นแกงเผ็ดก็ได้ ถ้าจะนำไปปรุงอาหารผัด เช่น ผัดกับไข่ ให้ต้มน้ำแล้วเททิ้งหนึ่งครั้ง

นอกจากใช้ผลเป็นอาหารแล้ว ใบของมะระขี้นกก็นำมาทำอาหารได้ แต่ไม่นิยมกินสดเพราะมีรสขม ยอดมะระลวกเป็นผักจิ้มกินกับน้ำพริก หรือกับปลาป่นของชาวอีสาน ยิ่งเด็ดยิ่งแตกยอดเพิ่มอีก ทางภาคเหนือนิยมนำยอดมะระสดมากินกับลาบ หรือนำไปทำแกงคั่ว แกงเลียง และแกงป่า ได้รสน้ำแกงที่ขมเฉพาะตัว ทางอีสานนิยมนำใบมะระขี้นกใส่ลงไปในแกงเห็ดแบบพื้นบ้านจะทำให้แกงมีรสขมนิด ๆ กลมกล่อมมาก บ้างนิยมนำใบมะระมาต้มหรือลวกจิ้มน้ำพริก

ความมีรสขมของ มะระขี้นก

มะระขี้นกจะมีความขมมากกว่ามะระจีนมาก ความขมของมะระขี้นกเกิดจากสารอัลคาลอยด์โมโมดิซีน (momodicine) ซึ่งสารอัลคาลอยด์ตัวนี้จะเจือจางลงเมื่อนำมะระขี้นกไปผ่านความร้อน เช่น ต้มในน้ำเดือด ซึ่งจะทำให้ความขมลดลง ทำให้รับประทานง่ายขึ้น แต่ข้อเสียคือ เมื่อสารโมโมดิซีนเจือจางคุณค่าทางโภชนาการจะลดลงด้วย ความขมของมะระขี้นกช่วยให้กระเพาะเจริญอาหาร ท้องไส้ก็ระบายได้ดี นอกจากนี้ความขมยังเป็นตัวช่วยถุงน้ำดี ป้องกันถุงน้ำดีพิการ และช่วยได้อีกหลายโรค

สำหรับคนไทย มะระขี้นกถือเป็นอาหารในบ้านที่คนส่วนใหญ่ยังนิยมรับประทาน อาจมีบ้างที่เด็กรุ่นใหม่รู้สึกรังเกียจความขมของมัน จึงอยากบอกว่า…อย่ารังเกียจความขมของมะระขี้นก เพราะความขมของมะระขี้นกนี้ คือตัวยาสำคัญที่ร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้ได้ทันที
มะระขี้นก (สีเขียว) มีคุณค่าทางอาหารเพราะมีวิตามินเอ (2,924 IU) ไนอะซิน (190 มก./100 ก) และมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ  มะระขี้นกที่สุกแล้วจะมีสารซาโปนิน (Saponin) ในปริมาณมาก การรับประทานมากเกินไปอาจทำให้มีอาการอาเจียน ท้องร่วงได้ และอาจทำให้ถึงขึ้นเสียชีวิต เพราะฉะนั้นห้ามรับประทานแบบสุกๆ จะดีที่สุด

งานวิจัยเกี่ยวกับสารสำคัญใน มะระขี้นก

ในมะระขี้นกจะมีสารสำคัญที่เรียกว่า Charatin กับโปรตีนคล้าย Insulin จึงมีผลทำให้น้ำตาลในเลือดลดลง โดยมีการกระตุ้นให้มีการหลั่ง Insulin ให้อยู่ในระดับที่ไม่อันตราย ทำให้ลดน้ำตาลในเลือดและปัสสาวะ ทำให้ร่างกายสามารถควบคุมการใช้น้ำตาลได้ดี และยังพบว่า มะระขี้นกมีวิตามินซีสูงด้วย นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ามีฤทธิ์ต้านมะเร็ง และต้านไวรัส HIV ด้วย

งานวิจัยสมุนไพรมะระได้ดำเนินอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ ค.ศ. 1962 ซึ่ง Lotlika และ Rao ได้ค้นพบชาแรนตินในผลมะระ ที่แสดงฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดของสัตว์ทดลอง ในปี 1965 Sucrow ได้พิสูจน์โครงสร้างเคมีของชาแรนติน พบว่าเป็นสารผสมของ sitosteryl- และ 5,25-stigmastadien-3-beta-ol-D-glucosides ในอัตราส่วน 1:1 ปี 1977 Baldwa และคณะ ได้แยกสารคล้ายอินซูลินจากผลมะระและมีฤทธิ์ลดน้ำตาล ในปี 1981 Khana และคณะได้พิสูจน์โครงสร้างของสารคล้ายอินซูลิน พบว่าเป็นโพลีเปปไทด์ที่มีน้ำหนักโมเลกุล 11,000 ดาลตัน และมีกรดอะมิโน 166 residues เรียกสารนี้ว่า โพลีเปปไทด์ พี สารขมกลุ่มคิวเคอร์บิตาซินซึ่งเป็น chemotaxonomic character ของพืชวงศ์ Cucurbitaceae คิวเคอร์บิตาซินในมะระ คือ momordicosides, momordicins, karaviloside K1 และ charantoside มีรายงานว่าสารขมดังกล่าวมีฤทธิ์ลดน้ำตาล

ในมะระขี้นกมีสารหลายชนิดที่ต้านเบาหวาน และมีหลายกลไกที่ออกฤทธิ์ต้านเบาหวาน ได้แก่ เสริมการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน ลดการสร้างน้ำตาลจากตับ เสริมการเผาผลาญน้ำตาล เพิ่มความไวต่ออินซูลิน เพิ่มความทนต่อกลูโคส (glucose tolerance)นอกจากนี้ยังยับยั้งการหลั่งกลูโคสในลำไส้เล็ก และยับยั้งเอนไซม์กลูโคไซเดส

น้ำคั้นจากผลมะระขี้นกแสดงฤทธิ์ต้านเบาหวานในกระต่ายและหนูขาว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ามะระสามารถชะลอความผิดปกติของไต การเกิดต้อกระจก การเสื่อมของเส้นประสาทซึ่งเป็นผลมาจากการที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน หรือไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลเลือดให้ปกติ

การศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน (8 คน) พบว่าผู้ป่วยทนต่อกลูโคสได้ดีขึ้น ลดระดับน้ำตาลขณะอิ่ม และลดความถี่ของการถ่ายปัสสาวะ จึงขอแนะนำผู้ป่วยเบาหวานบริโภคมะระขี้นกเป็นอาหาร หรือในรูปน้ำคั้นเป็นอาหารเสริม เพื่อช่วยรักษาระดับความดันเลือดให้ปกติ และชะลออาการต่างๆที่เป็นผลเสียจากโรคเบาหวานที่เป็นมานาน

สรรพคุณทางยาสมุนไพรของ มะระขี้นก

คนไทยรู้จักใช้มะระขี้นก เป็นสมุนไพรมาแต่โบราณ โดยมีการนำมาเข้ากับสมุนไพรอื่นๆ อีกหลายชนิด เพื่อปรุงเป็นยา มะระขี้นกสามารถนำมาใช้งานได้ทุกส่วนของต้น โดยมีสรรพคุณทางสมุนไพรดังนี้

รากของต้นมะระขี้นก แก้พิษ รักษาริดสีดวงทวาร ฝาดสมาน แก้พิษดับร้อน แก้บิด ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด แผลฝีบวมอักเสบ ปวดฟันที่เกิดจากลมร้อนเถา ยาระบายอ่อน ๆ แก้พิษทั้งปวง เจริญอาหาร แก้โรคลมเข้าข้อและเท้าบวม แก้ปวดตามข้อมือและนิ้วมือนิ้วเท้า แก้โรคม้าม แก้โรคตับ ขับพยาธิในท้อง แก้พิษน้ำดีพิการ ลดเสมหะ บำรุงน้ำดี แก้พิษดับร้อน แก้บิด แก้ฝีอักเสบ แก้ปวดฟัน แก้ไข้

ใบของมะระขี้นก แก้ไข้ ดับพิษร้อน แก้ปากเปื่อยเป็นขุย ขับพยาธิ ขับระดู บีบมดลูก ขับลม แก้ธาตุไม่ปกติ ทำให้นอนหลับ แก้ปวดศีรษะ แก้พิษ แก้ไอเรื้อรัง ยาระบายอ่อน ๆ แก้เสียดท้อง บำรุงธาตุ ขับพยาธิเส้นด้าย ดับพิษฝีที่ร้อน รักษาแผล บำรุงน้ำดี แก้ไข้หวัด ไข้ตัวร้อน ยาฟอกเลือด แก้ร้อนใน แก้ม้าม แก้ตับพิการ แก้ฟกบวมอักเสบ แก้ปวดเนื่องจากลมคั่งในข้อ ทำให้อาเจียน แก้โรคกระเพาะ แก้บิด แผลฝีบวมอักเสบ เจริญอาหาร ฟอกโลหิต รัดถานและถอนไส้ฝี

ผลดิบของมะระขี้นก แก้พิษฝี แก้ฟกบวม แก้อักเสบ แก้โรคลมเข้าข้อ บำรุงน้ำดี ขับพยาธิ แก้ปากเปื่อย ปากเป็นขุ ย บำรุงระดู ดับพิษร้อน ถ่ายท้อง แก้พิษ ขับลม แก้คัน แก้ธาตุไม่ปกติ แก้เสียดท้อง แก้เจ็บปวดอักเสบ ระบายอ่อนๆ แก้บวม แก้โรคผิวหนัง บำบัดโรคเบาหวาน ยาบำรุง ทาหิด ฝาดสมาน แก้โรคเม็ดผดผื่น คันในตัวเด็ก แก้พิษไข้ แก้หัวเข่าบวม แก้ปวดตามข้อ แก้ม้าม แก้ตับพิการ เจริญอาหาร ใช้มากๆ เป็นยาถ่ายอย่างแรง รักษาโรคเรื้อน บำรุงธาตุ แก้ไข้ แก้ปวดเจ็บอักเสบจากพิษต่างๆ ดับร้อน แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ทำให้ตาสว่าง แก้บิด ตาบวมแดง แผลบวม เป็นหนอง ต้านมะเร็ง

เมล็ดของดอกของมะระขี้นก มีรสขม ใช้แก้พิษ แก้บิด

มะระขี้นก แก้พิษ เป็นยากระตุ้นความรู้สึกทางเพศ เพิ่มพูนลมปราณ บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง ต้านมะเร็ง

การรักษาโรคต่างๆ ของ มะระขี้นก

ได้มีการรวบรวม สรรพคุณทางยารักษาของมะระขี้นก ที่สามารถรักษาโรคต่างๆ ให้หายได้ ตามการรักษามาแต่โบราณดังนี้
 
ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงมีส่วนช่วยในชะลอความแก่ชราได้
   
ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกาย (ผล)
   
ช่วยต่อต้านและป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง (ผล)
   
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในตับอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีส่วนช่วยในการลดความอ้วน
   
ช่วยป้องกันการตับและหนาตัวของผนังหลอดเลือดแดง
   
ช่วยยับยั้งเชื้อเอดส์ หรือ HIV (ผล)
   
ช่วยรักษาโรคหอบหืด
   
ช่วยบำบัดและรักษาโรคเบาหวาน สามารถลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือดได้เป็นอย่างดี โดยจะออกฤทธิ์ทันทีหลังรับประทานประมาณ60 นาที (ผล)
   
ประโยชน์ของมะระ ช่วยลดความดันโลหิต (ผล)
   
ช่วยให้เจริญอาหาร เพราะมีสารที่มีรสขมช่วยกระตุ้นน้ำย่อยออกมามากยิ่งขึ้น ทำให้รับประทานอาหารได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น (ผล,ราก,ใบ)

ข้อควรระวังอันตรายจากมะระขี้นก

ผู้ที่ห้ามรับประทานมะระขี้นก ได้แก่ผู้ที่ม้ามเย็นพร่อง กระเพาะเย็นพร่อง หากรับประทานเข้าไปอาจจะทำให้มีอาการอาเจียน ถ่ายท้อง ปวดท้องได้ และควรรับประทานในปริมาณที่พอดี อย่าทำอะไรเกินเลย เช่นการดื่มน้ำมะระขี้นกก็อย่าขมจัด เพราะจะทำให้ตับทำงานหนัก

และสำหรับหญิงตั้งครรภ์อาจจะทำให้ตกเลือดหรือแท้งได้หากรับประทานเกินขนาดหรือกินมะระขี้นกที่เริ่มสุกแล้ว เนื่องจากมะระขี้นกที่สุกแล้วจะมีสารซาโปนิน (Saponin) ในปริมาณมาก การรับประทานมากอาจทำให้มีอาการอาเจียน ท้องร่วงได้ และอาจทำให้ถึงขึ้นเสียชีวิต เพราะฉะนั้นห้ามรับประทานแบบสุกๆ จะดีที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูล http://www.raiporjai.com
Advertisements

Advertisements

Loading...
Share on Google Plus

www.deethojai.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับสุขภาพ อาหาร วิตามิน สารอาหาร โภชนาการ โรคทางโภชนาการ แนะนำเทคนิคการการกิน เกร็ดความรู้ เคล็ดลับต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกกรณี ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

    Blogger Comment
    Facebook Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น