แจกวิธีทำชาขมิ้นบรรเทาปวดด้วยตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งยาใดๆเลย

Advertisements

Advertisements

แจกวิธีทำชาขมิ้นบรรเทาปวดด้วยตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งยาใดๆเลย

คงเป็นเวลาเนิ่นนานที่เรามักบรรเทาอาการปวดหัว ปวดหลังหรือปวดตามร่างกายด้วยยาประเภทไอบูโพรเฟน (โมทริน นูโรเฟน แอดวิลและนูปริน) ไอบูโพรเฟนมีสรรพคุณยับยั้งอาการปวดต่างๆได้ในทันที แต่ไม่สามารถแก้อาการปวดภายในร่างกายในระยะยาวได้

     การบริโภคยามากเกินไปอาจเกิดผลข้างเคียงเช่น ความดันเลือดสูง สมรรถภาพทางเพศเสื่อม ท้องร่วงหรือคลื่นไส้ เลือดออกในทางเดินอาหาร มีความเสี่ยงเกิดอาการหัวใจวาย อาจพัฒนาการเกิดมะเร็งไตได้ และอาการอื่นๆ

     Mother Nature ได้รวบรวมวิธีการรักษาอาการทั้งหมดนั้นด้วย “ขมิ้น”

     ในขณะที่ไอบูโพรเฟนและยาต้านอาการอักเสบประเภทไม่ใช่สเตียรอยด์จะส่งผลอักเสบได้ในระยะยาว แต่ขมิ้นจะสามารถบรรเทาอาการได้อย่างไม่รู้ตัว

     “ขมิ้น” ประกอบไปด้วยสารที่ประสิทธิภาพอย่างสารเคอคูมิน ที่ช่วยรักษาสุขภาพคุณได้อย่างปาฏิหาริย์ ชาขมิ้นกลายเป็นชาที่ทำให้คุณสุขภาพดีที่สุด เก่าแก่ที่สุด และเป็นการรักษาทางธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในการรักษาอาการปวดและอาการอักเสบ คุณสมบัติของขมิ้นนั้นช่วยในการผสานความเจ็บปวดของข้อกระดูกและกล้ามเนื้อ อีกทั้งทำให้ร่างกายผ่อนคลายได้ในเวลาเดียวกัน สูตรวันนี้คือการทำชาขมิ้นง่ายๆได้ที่บ้านคุณ คุณสามารถใส่ส่วนผสมจำพวกขิงก็จะช่วยส่งเสริมให้ได้ผลมากขึ้น

     ***คำเตือน ไม่แนะนำให้ดื่มชาขมิ้นหากให้นมลูกหรือตั้งครรถ์

     สูตรชาขมิ้น

     ส่วนผสม

     น้ำ 4 แก้ว

     รากขมิ้นบดใหม่ 2 ช้อนโต๊ะ หรือ ขิงบดละเอียด 1 ช้อนชา

     มะนาว หรือ น้ำผึ้ง

     วิธีการทำ

     ต้มน้ำบนเตาให้เดือดจนขึ้นฟองก็ใส่ขมิ้นลงไป หากคุณใช้รากขมิ้นบดใหม่ให้ต้มเป็นเวลา 15 – 20 นาที กรองชาออกจากนั้นก็ใส่มะนาวและเพิ่มรสชาติด้วยน้ำผึ้งเพียงแค่นี้ก็เสร็จสิ้นแล้ว

อ้างอิง...healthyfoodhouse.com / https://news.thaiza.com/qualitylife/349967/
Advertisements

Advertisements

Advertisements
Share on Google Plus

www.deethojai.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับสุขภาพ อาหาร วิตามิน สารอาหาร โภชนาการ โรคทางโภชนาการ แนะนำเทคนิคการการกิน เกร็ดความรู้ เคล็ดลับต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกกรณี ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

    Blogger Comment
    Facebook Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น