สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งหลังโพรงจมูก ภัยเงียบที่ทุกคนควรต้องระวัง!!

Advertisements

Advertisements

สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งหลังโพรงจมูก ภัยเงียบที่ทุกคนควรต้องระวัง!!

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ เตือน “มะเร็งหลังโพรงจมูก” อีกหนึ่งมะเร็งร้ายที่กลายเป็นภัยเงียบ ที่ควรระวัง เนื่องจากตรวจพบได้ค่อนข้างยาก หากรู้เร็วรักษาให้หายขาดได้

     โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก จัดเป็นมะเร็งที่พบบ่อยใน 10 อันดับของโรคมะเร็ง ประเทศไทยพบโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกในผู้หญิงมีสถิติ 1.6 ต่อประชากร 1 แสนคนต่อปี ในชาย 4.5 ต่อประชากร 1 แสนคนต่อปี ทั้งนี้พบอุบัติการณ์ในผู้ชายสูงกว่าผู้หญิง ส่วนมาก อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 50 ปี ถึง 60 ปี ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคมะเร็งดังกล่าวจนกระทั่งมาพบแพทย์ในระยะที่มะเร็งลุกลามไปมากแล้ว สาเหตุของโรคมะเร็งดังกล่าว เกิดจากการติดเชื้อไวรัสและอาจมีปัจจัยเสี่ยง ในด้านพฤติกรรมร่วมด้วย เช่น รับประทานอาหารหมักดองมากเกินไป สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

     มะเร็งหลังโพรงจมูก เป็นโรคมะเร็งชนิดที่ตรวจพบได้ค่อนข้างยาก ผู้ป่วยจะมีอาการคัดจมูกหรือเหมือนคนเป็นหวัดเรื้อรังมีก้อนที่คอมีเลือดกำเดาไหลเป็นประจำมองเห็นภาพซ้อนหน้าชาด้านใดด้านหนึ่งหูอื้อ

     วิธีการรักษาจะใช้รังสีรักษาโดยถ้าเป็นในระยะเริ่มแรกจะรักษาโดยการฉายรังสีอย่างเดียวแต่ถ้าเป็นระยะลุกลามการรักษาจะเป็นการฉายรังสีร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัดควบคู่กันไป สำหรับการผ่าตัดไม่สามารถใช้วิธีนี้ในการรักษาโดยตรง เนื่องจากมะเร็งหลังโพรงจมูกมีขอบเขตใกล้กับอวัยวะที่สำคัญ อาทิ เส้นเลือดแดงใหญ่ที่เลี้ยงคอและสมอง เป็นต้น

      ทั้งนี้โรคมะเร็งหลังโพรงจมูกหากตรวจพบเร็วจะสามารถรักษาให้หายเร็วและหายขาด เพราะฉะนั้น อย่านิ่งนอนใจกับอาการเตือนต่าง ๆ หมั่นตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยส่งเสริมที่อาจเป็นสาเหตุของมะเร็งหลังโพรงจมูก เช่น อาหารปิ้ง ย่าง รมควัน อาหารหมักดอง ควันเขม่าพิษ สารระเหยต่าง ๆ รวมทั้งควรงดดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ ตลอดจนหากมีอาการเตือนดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอย่างไรแล้ว “การป้องกัน ย่อมดีกว่าการรักษา”

อ้างอิง...กรมการแพทย์
Advertisements

Advertisements

Advertisements
Share on Google Plus

www.deethojai.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับสุขภาพ อาหาร วิตามิน สารอาหาร โภชนาการ โรคทางโภชนาการ แนะนำเทคนิคการการกิน เกร็ดความรู้ เคล็ดลับต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกกรณี ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

    Blogger Comment
    Facebook Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น