แจกสูตรทำน้ำผักบุ้งแดง ของท่าน อ.สุทธิวัสส์ คำภา ดื่มล้างสารพิษฟอร์มาลีนได้ชะงัด

Advertisements

Advertisements

แจกสูตรทำน้ำผักบุ้งแดง ของท่าน อ.สุทธิวัสส์ คำภา ดื่มล้างสารพิษฟอร์มาลีนได้ชะงัด

สูตรนี้มีตีพิมพ์ในหนังสือ

-หายเจ็บหายจน ด้วยตนเอง
-สูตรเด็ด แก้เจ็บแก้จน ของ อ.สุทธิวัสส์ คำภา
-กินอย่างไรจะไม่ป่วย ฉบับวัดเขา หน้า ๓๔

ขออนุญาตนำแหล่งข้อมูลดีดีบนเวปมาแชร์กันนะค่ะ

ลงมือทำกันเลยค่ะ
๑.ผักบุ้งแดงหรือผักบุ้งไทย ๓ กำมือ (ถ้าถกทั้งรากทั้งต้นจะได้ตัวยาที่ดีกว่า) ปัจจุบันนี้มีจำหน่ายแบบอบแห้งสะอาดปลอดภัยได้ตัวยาทั้งราก สนใจสอบถาม 0816691649
๒.น้ำตาลทรายแดง ๑-๓ ช้อนโต๊ะ
๓.ต้มพร้อมกันในหม้อดินเท่านั้น!

เพราะถ้าเราต้มในหม้อโลหะ มันจะไปดึงสารพิษจากโลหะหนักกลับเข้ามาอีก น้ำผักบุ้งแดงจะดำปี๋ กินไปก็ยิ่งซ้ำเติมพิษร้าย ตายไวยิ่งขึ้น

คำว่า “หม้อดิน” หมายรวมถึงหม้อที่ทำจากเซรามิก, ดินเผา, แก้วทนไฟ แต่อาจารย์ท่านแนะนำให้ซื้อแบบหม้อตุ๋นไฟฟ้าจะดีกว่าราคาอาจจะสูงหน่อยแต่ถ้าเทียบความคุ้มค่าใช้ทนทานนานกว่าหม้อแม่นาคที่มักจะแตกโพละยามตั้งเตาไฟร้อน ๆควรใช้หม้อดิน หม้อตุ๋นไฟฟ้าหม้อเซรามิค

ที่สำคัญ และ มักสับสนกันหลายบ้าน ก็คือ น้ำตาลทรายแดง (คนจีนเรียก โอวทึ้ง) หาใช่น้ำตาลทรายสีรำ ที่คนรักสุขภาพชอบกิน (จริง ๆ แล้วผู้ผลิตเขาเอาน้ำตาลทรายขาวมาย้อมสีอีกที พิษซับซ้อนกันไปใหญ่)

น้ำตาลทรายแดง

และ เวลาต้มก็ต้องต้มไปพร้อม ๆ กัน ระหว่างผักบุ้งแดงกับน้ำตาลทรายแดง มันจะเกิดการผสมผสานถักทอเป็นตัวยา เข้าไปล้างเนื้องอกที่เกิดจากสารพิษฟอร์มาลีน

แล้วทีนี้คนเราจะได้รับฟอร์มาลีนมาจากไหนได้บ้าง? ถ้ายังไม่ตาย

น้ำแข็งจากน้ำแข็งที่ขายตามร้าน คนไทยเป็นโรคเสพติดน้ำแข็ง เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อน (แต่เวลาไปเที่ยวเมืองจีน หนาวแทบตาย คนไทยก็ยังร้องขอน้ำแข็งมากินเลยค่ะ-ติดลึกจริง ๆ นะเนี่ย)

อาหารทะเลแช่แข็งจากอาหารทะเลแช่แข็ง กุ้ง หอย ปู ปลา
เหล่านี้เป็นประมงน้ำลึก กว่าเรือจะกลับเข้าฝั่งก็ ๒-๓ เดือน สัตว์ทะเลที่เขาลากอวนมาก็ต้องแช่น้องฟอร์ฯ ไว้ก่อน

ลูกชิ้นจากลูกชิ้นต่าง ๆ บอกแล้วว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อน อุดมไปด้วยเชื้อจุลินทรีย์ แบคทีเรีย ลูกชิ้นจะบูดเน่าเร็วถ้าไม่มีตัวช่วย

ผักผลไม้จากผัก แล ะผลไม้ที่สดกรอบเกินเหตุ
ชามพลาสติคขวดพลาสติคจากการกินอาหารในภาชนะถ้วยชามพลาสติก เมลามีน ขวดน้ำพลาสติก หรือถุงร้อนใส่กับข้าว พวกนี้ถ้าเจออาหารร้อน ๆ ฟอร์มาลีนจะซึมออกมาปนกับอาหาร เรากินเข้าไปก็รับไปเต็ม ๆ
ทีนี้พอน้องฟอร์ฯ สะสมมานานวันนับสิบ ๆ ปี ก็จะแปรเปลี่ยนเป็นเนื้องอกเปะปะ เกะกะทั่วร่างกาย หมอผ่าตัดกันไม่หวาดไม่ไหว

สัตว์ป่วยสูตรน้ำผักบุ้งแดง อ.สุทธิวัสส์ ท่านจดจำมาจากคุณพ่อที่เป็นหมอแผนไทย เวลาสัตว์เลี้ยงป่วยหรือถูกพิษ พ่อจะใช้ให้ไปถกผักบุ้งแดงมาต้มกับน้ำตาลทรายแดง ป้อนให้มันดื่ม สัตว์เลี้ยงก็หายป่วย แข็งแรงวิ่งเล่นได้เหมือนเดิม

วิธีดื่ม
ขณะร้อนก็ให้ใส่ภาชนะที่เป็นแก้วเซรามิก หรือ ใส่ขวดแก้วพกไปดื่มระหว่างวัน แต่ถ้าหายร้อนแล้วก็ใส่ขวดพลาสติกได้

ถ้าใครเป็นเนื้องอกแล้วให้ดื่มติดต่อกัน ๓๐-๔๐ วัน

แต่ถ้าแค่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ก็ให้กินวันละแก้วสองแก้วพอชุ่มคอ ก็จะป้องกันได้
และ ให้ระวังอย่าออกไปเดินตากฝนเล่นในช่วงนี้ เพราะเป็นฝนปนเปื้อนกัมมันตรังสีจากญี่ปุ่น

ฝนรังสีจะไปเร่งปฏิกิริยาน้องฟอร์ฯ ในร่างกายเราให้เปลี่ยนเป็นเนื้องอกเร็วขึ้น

ในโชคร้ายก็ยังมีโชคดี มีคนอยู่สองกลุ่มที่น้องฟอร์ฯ ไม่สามารถแผลงพิษได้ ก็คือ

๑. คนที่มีพยาธิมาอาศัยอยู่ด้วยหลายสายพันธุ์เป็นเวลานาน พยาธิจะช่วยกรองน้องฟอร์ฯ ไม่ให้ออกฤทธิ์
กับ

๒. คนที่ชอบกินผักเป็นสรณะ กากใยของผักจะช่วยอุ้มน้องฟอร์ฯ ไปทิ้งทางลำไส้ใหญ่

คนสูบบุหรี่

แถมท้ายอีกนิด – สรรพคุณของน้ำผักบุ้งแดงนอกจากจะล้างสารพิษฟอร์มาลีนได้ชะงัด ยังช่วยล้างพิษนิโคตินจากบุหรี่ ช่วยคนอดบุหรี่ได้ดีอีกด้วย

ผลข้างเคียง – การดื่มน้ำผักบุ้งแดงเพื่อล้างพิษ จะทำให้เรามีอาการอ่อนเพลียง่าย ง่วงนอนบ่อย และ ตัวบวมน้ำ แต่ไม่อันตราย ถ้าง่วงก็นอนซะ ส่วนอาการตัวบวมน้ำให้ใช้ “หญ้าไผ่น้ำ” ต้มน้ำดื่ม ก็แก้ได้จ้ะ

Cr.อ.สุทธิวัสส์ คำภา
Advertisements

Advertisements

Advertisements
Share on Google Plus

www.deethojai.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับสุขภาพ อาหาร วิตามิน สารอาหาร โภชนาการ โรคทางโภชนาการ แนะนำเทคนิคการการกิน เกร็ดความรู้ เคล็ดลับต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกกรณี ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

    Blogger Comment
    Facebook Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น