ใครไม่อยากป่วยบ่อยๆ ต้องลอง! ล้างสารพิษในร่างกายด้วยการทานสัปปะรด

Advertisements

Advertisements

ใครไม่อยากป่วยบ่อยๆ ต้องลอง! ล้างสารพิษในร่างกายด้วยการทานสัปปะรด

สัปปะรด เป็นผลไม้ที่อร่อยและมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกาย อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันเซลล์ไม่ให้ถูกทำลายจากสารพิษต่างๆ ลดการอักเสบ ยับยั้งการเติบโตของเนื้องอกและเลือดแข็งตัวเมื่อทำการรักษา

สัปปะรดเต็มไปด้วยวิตามินซีสูง ร่างกายต้องการเพื่อปกป้องดีเอ็นเอและโมเลกุลอื่นๆ สารอาหารที่มีอย่างคอลลาเจนทำให้ช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก นอกเหนือจากนั้นยังเป็นแหล่งแมงกานีสช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้เผาผลาญคาร์โบไฮเดรทและไขมันได้ดี

ไฟเบอร์สูงช่วยย่อยอาหารและเหมาะแก่การลดน้ำหนัก กรดโฟลิคช่วยให้ผลิตเม็ดเลือดแดงได้ดีและช่วยป้องกันการเกิดอัลไซเมอร์ วิตามินบี 1 ดีต่อระบบประสาท คอปเปอร์ช่วยให้เนื้อเยื่อกระดูกแข็งแรง ดังนั้นเราจึงมาแนะนำขั้นตอนการทานสัปปะรดเพื่อการชะล้างของเสียออกจากร่างกาย ภายใน 4 วัน ดังนี้

วันที่ 1
มื้อเช้า ทานสัปปะรดออแกนนิค 2 ชิ้น + ขนมปังธัญพืชทาแยมน้ำตาลต่ำ
มื้อกลางวัน ทานสัปปะรดออแกนนิค 2 ชิ้น +ทูน่าย่าง 200 กรัม ปรุงรสด้วยน้ำมันมะกอก พริกไทย เกลือ
มื้อเย็น ทานสัปปะรดออแกนนิค 2 ชิ้น + อกไก่ย่าง 200 กรัม พร้อมสลัดผัก

วันที่ 2
มื้อเช้า ทานสัปปะรดออแกนนิค 2 ชิ้น + ขนมปังธัญพืชพร้อมชีสไขมันต่ำ
มื้อกลางวัน ทานสัปปะรดออแกนนิค 2 ชิ้น + สเต๊กหมูหรือเนื้อ
มื้อเย็น ทานสัปปะรดออแกนนิค 2 ชิ้น + สลัดผัก

วันที่ 3 และ 4
ให้ทานเมนูซ้ำของวันที่ 1 และ 2 ซึ่งการทานอาหารตามเมนูนี้จะทำให้คุณมีอาการหิวแน่นอน และรู้สึกไร้พลังงาน อย่าตกใจไปเพราะร่างกายของคุณจะชินไปเอง ใครที่เป็นเบาหวาน ไคมีปัญหาควรปรึกษาแพทย์ก่อนปฏิบัติตามขั้นตอนข้างต้น เพื่อสุขภาพและร่างกายที่แข็งแรงของตัวคุณเอง

Cr. - holisticlivingtips.com / https://news.thaiza.com/qualitylife/369602/
Advertisements

Advertisements

Advertisements
Share on Google Plus

www.deethojai.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับสุขภาพ อาหาร วิตามิน สารอาหาร โภชนาการ โรคทางโภชนาการ แนะนำเทคนิคการการกิน เกร็ดความรู้ เคล็ดลับต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกกรณี ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

    Blogger Comment
    Facebook Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น