พ่อแม่ทุกคนควรอ่าน 6 คำพูดแย่ๆ ที่จะทำให้ลูกเกิด "แผลในใจ" หากรู้แล้ว ห้ามพูดโดยเด็ดขาด!!

Advertisements

Advertisements

พ่อแม่ทุกคนควรอ่าน 6 คำพูดแย่ๆ ที่จะทำให้ลูกเกิด "แผลในใจ" หากรู้แล้ว ห้ามพูดโดยเด็ดขาด!!

หากใครมีลูกจะรู้เลยว่าการดุลูกเป็นเรื่องปกติวิสัยของคุณพ่อคุณแม่ เพราะเป็นการเตือนลูก สอนลูกให้อยู่ในทางที่ควรเป็น แต่การดุลูกไม่ใช่การดุเพื่อความสะใจของคนเป็นคุณพ่อคุณแม่ หรือทำไปเพราะอยากระบายอารมณ์ความคับแค้นใดๆ เราต้องดุลูกด้วยความรักความเมตตาไม่เหมารวมว่าสิ่งที่ลูกทำ เป็นนิสัยเสียไปทั้งหมด

อย่าดุลูกในลักษณะที่ว่า ลูกไม่ได้เรื่องอะไรเลยซักเรื่อง วันๆ หาแต่เรื่องมาให้ อะไรทำนองนี้ ปิดปากเราไปเลย แต่ควรดุลูกและสอนเค้าพร้อมอธิบายเหตุผลแบบจริงจังว่า แกล้งเพื่อนไม่ดียังไง เพื่อนเจ็บเห็นไหม แล้วถ้าลูกโดนทำแบบนี้บ้างลูกจะเจ็บและโกรธเหมือนกัน คือดุให้ลูกเห็นถึงผลลัพท์ที่ลูกทำลงไป ว่าให้ผลเสียอะไรกับตัวเค้าบ้าง และการดุทุกครั้งต้องดุโดยให้ลูกรู้ว่า คุณพ่อคุณแม่ดุเค้าเรื่องอะไรอยู่

6 คำพูดที่ทำให้ลูกเกิดแผลในใจ

1. ไม่เชื่อฟังใช่ไหม ไปเป็นลูกคนอื่นเลยไป๊

2. หยุดๆ ไม่ต้องทำ ยิ่งช่วยยิ่งยุ่ง รู้อย่างนี้ฉันทำตั้งแต่แรกก็ดีแล้ว

3. พ่อบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ (ชี้หน้าลูก) อย่ามาถามอีกนะ

4. ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่อง โตมาไปเป็นควายก็แล้วกัน

5. ทำไมโง่อย่างนี้ ทำไมแกไม่เก่งเหมือนลูกบ้านอื่น ห๊ะ!!

6. รู้ว่าโตมาแกจะเป็นอย่างนี้ ฉันเอาขี้เถ้ายัดปากแกให้ตายไปตั้งแต่ตอนนั้นยังจะดีเสียกว่า

หนังสือการเลี้ยงดูบุตรหลานมีอยู่มากมายเต็มร้านหนังสือทั่วไป

พ่อแม่แต่ละครอบครัว ต่างมีมาตรฐานในการเลี้ยงดูและอบรมบุตรหลานที่แตกต่างกันไป

การเรียนทฤษฏีนั้นไม่ยาก แต่ที่ยากก็คือการควบคุมอารมณ์ของคนเป็นพ่อแม่ หากลูกๆ ของคุณทำอะไรไม่เป็นไปดั่งใจของคุณ คุณทำยังไงกับลูก ?

คุณหัวเสีย ? คุณสูญเสียการควบคุม ? คุณกลายเป็นยักษ์ ? คุณกลายเป็นสัตว์ดุร้าย ? ฯลฯ

คุณเป็นผู้ใหญ่ พูดเสร็จคุณปรับอารมณ์ได้ แต่ลูกๆ ยังไม่สามารถปรับอารมณ์ตามคุณได้อย่างรวดเร็ว

คุณทั้งหลายคงเคยมีประสบการณ์เช่นนี้ เช่น เผลอตวาดหรือพลั้งฟาดมือของคุณลงไปที่เนื้อนิ่มๆ ของลูก จนเด็กน้อยมองคุณด้วยสายตาหวาดกลัวและมีน้ำตาคลออยู่ที่เบ้าตา ณ เวลานั้น

น้ำตาและสีหน้าของลูกดึงสติคุณกลับมาอีกครั้ง คุณรู้ไหม ? ต่อให้คุณดึงลูกเข้ามากอดและปลอบโยน แต่ภาพเมื่อสักครู่ได้ฝังไว้ในคลังความจำของลูกๆ อย่างไม่มีวันลบลืม มันกลายเป็น บาดแผลที่ยากแก่การเยียวยา

โบราณว่าไว้ “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” แต่ไม่ใช่ตีเพราะโทสะของตนเอง

อย่าตามใจลูกจนลูกกลายเป็นเด็กเหลือขอในสายตาของคนอื่น

อย่าดุด่าลูกจนลูกกลายเป็นคนที่หมดความมั่นใจในตนเอง

เมื่อลูกทำผิด ต้องรู้ตักเตือน

เมื่อลูกทำดี ต้องรู้ชื่นชม

เลี้ยงลูกให้เป็นคนเก่งนั้นไม่ยาก

เลี้ยงลูกให้เป็นคนดีนั้นไม่ง่าย

แต่เลี้ยงลูกให้เป็นทั้งคนดีและคนเก่งนั้น นั่นแหละที่เรียกว่า “อภิชาตบุตร”

สิ่งที่คุณควรทำ

1. ต้องเป็นผู้นำ

ลูกจะไม่ยอมรับว่าคุณเป็นผู้นำถ้าบทบาทของคุณไม่ชัดเจน ดังนั้น คุณต้องใช้อำนาจอย่างสมดุล

2. ต้องอบรมสั่งสอน

การอบรมสั่งสอนไม่ควรจะเป็นแบบไร้เหตุผลหรือพูดแรงๆ แต่ก็ไม่ใช่สอนแบบคลุมเครือหรือมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะจะทำให้เด็กไม่อยากปรับปรุงตัว

3. ต้องชัดเจน

พ่อแม่บางคนเพียงแค่ ขอให้ลูกเชื่อฟังพวกเขา พวกเขาอาจคิดว่าการทำแบบนี้เป็นการแสดงมารยาทที่ดี แต่การทำแบบนี้จะทำให้อำนาจของพ่อแม่ลดลง ทำให้เด็กคิดว่าเป็นแค่คำขอ จะทำหรือไม่ทำก็ได้ แทนที่จะขอให้ลูกทำ พ่อแม่ต้องสั่งอย่างชัดเจน

4. ต้องเด็ดเดี่ยว

ถ้าคุณบอกว่าไม่ ก็ต้องเป็นไปตามนั้น พ่อแม่ต้องตกลงและเห็นพ้องกันในเรื่องนี้ ถ้าคุณบอกลูกแล้วว่าคุณจะลงโทษลูกอย่างไรเมื่อเขาทำผิดก็ให้ทำตามนั้น

5. ต้องแสดงความรัก

ครอบครัวไม่ใช่การปกครองแบบประชาธิปไตยหรือแบบเผด็จการ พระเจ้าต้องการให้พ่อแม่สอนลูกด้วยความรักเพื่อเขาจะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ และส่วนหนึ่งของขั้นตอนที่จะช่วยให้เป็นอย่างนั้นได้ ก็คือการอบรมสั่งสอนซึ่งจะช่วยลูกให้เชื่อฟังและทำให้ลูกมั่นใจว่าคุณรักเขา

แหล่งที่มา: www.rugyim.comwww.jw.org/th
Advertisements

Advertisements

Advertisements
Share on Google Plus

www.deethojai.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับสุขภาพ อาหาร วิตามิน สารอาหาร โภชนาการ โรคทางโภชนาการ แนะนำเทคนิคการการกิน เกร็ดความรู้ เคล็ดลับต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกกรณี ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

    Blogger Comment
    Facebook Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น