แจกสูตรทำน้ำใบมะกรูด ลดความดันโลหิตสูง ทานวันละ 2 เวลาก่อนอาหารเช้าเย็น

Advertisements

Advertisements

แจกสูตรทำน้ำใบมะกรูด ลดความดันโลหิตสูง ทานวันละ 2 เวลาก่อนอาหารเช้าเย็น 

สูตรดังกล่าว ให้เอา “ใบมะกรูด” แบบสดจำนวน 10 ใบ ล้างน้ำให้สะอาดต้มกับน้ำ 3 ถ้วยตวงใหญ่ๆจนเดือด 10-15 นาที แล้วใส่น้ำตาลทรายแดงเล็กน้อย แบ่งดื่มครั้งละ 3 ส่วน 4 ของแก้ว วันละ 2 เวลาก่อนอาหารเช้าเย็น ดื่มต่อเนื่องประมาณ 7 วัน จะช่วยลดความดันโลหิตสูงให้กลับเป็นปกติได้ คนที่เพิ่งเริ่มเป็นความดันโลหิตสูงใหม่ๆจะได้ผลดีมาก ส่วนผู้ที่เป็นมานานแล้วสามารถทดลองต้มดื่มดู จะช่วยได้ระดับหนึ่ง

มะกรูด หรือ CITRUS HYSTRIX DC. มีถิ่นกำเนิดภูมิภาคมาเลเซีย อยู่ในวงศ์ RUTACEAE มีกิ่งตอนขายทั่วไปที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ ผล “มะกรูด” ใช้บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะได้ โดยใช้น้ำคั้นจากผลสดหรือเอาผลสดเผาไฟพอสลบผ่าครึ่งนำไป ถูกับเส้นผมหรือขยี้กับเส้นผมให้ทั่ว จะช่วยป้องกันรังแคดีมาก น้ำมันหอมระเหยจากผลสด ส่วนใหญ่ประกอบด้วยสาร CITRONELLAL และ CITRONELLNE ACETATE ช่วยเคลือบเส้นผมให้เงางาม ผลเชื่อม กินช่วยแก้ปวดหัว สถาบันวิจัยโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ใบสด 100 กรัม (1 ขีด) มีเบต้าแคโรทีนถึง 220.18 ไมโครกรัม ที่ใน 1 วันผู้ใหญ่ต้องการวิตามินเอราวๆ 800 ไมโครกรัม โดยเทียบกับหน่วยเรตินัล

นอกจากนั้น น้ำในผลสดของ “มะกรูด” สามารถใช้ย้อมผ้าเหลืองพระสงฆ์ได้ รากใช้เป็นยากระทุ้งพิษ แก้พิษฝีภายใน แก้เสมหะเป็นโทษ น้ำ “มะกรูด” ใช้ถูฟันแก้เลือดออกตามไรฟัน เพราะมีวิตามินซี ผล “มะกรูด” ใช้ปรุงเป็นยาลมได้ 1 ผล เอาไปตัดจุกคว้านไส้กลางออกแล้วเอามหาหิงคุ์ใส่ลงไปในกลางผลที่คว้านออกปิดจุกนำไปสุมไฟจนดำเกรียมหรือกรอบ ทำเป็นผงละลายกับน้ำผึ้งป้ายลิ้นเด็กอ่อนแรกคลอด เป็นยาขับผายลมและแก้ปวดท้องดีมาก ใบและเปลือกผลแห้งทำเป็นเครื่องเทศ เปลือกผลสดใช้แต่งกลิ่นเครื่องหอมหลายชนิด หรือสูดดมกลิ่นแก้วิงเวียนได้ดีด้วยครับ

ข้อมูลดีๆจาก https://www.thairath.co.th/content/549758
Advertisements

Advertisements

Loading...
Share on Google Plus

www.deethojai.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับสุขภาพ อาหาร วิตามิน สารอาหาร โภชนาการ โรคทางโภชนาการ แนะนำเทคนิคการการกิน เกร็ดความรู้ เคล็ดลับต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกกรณี ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

    Blogger Comment
    Facebook Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น