สุดยอดสมุนไพรดี แจก 2 สูตรตำรับยาจาก มะระขี้นก..ช่วยรักษาเบาหวานและช่วยลดน้ำตาลในเลือด!!

Advertisements

Advertisements

สุดยอดสมุนไพรดี แจก 2 สูตรตำรับยาจาก มะระขี้นก..ช่วยรักษาเบาหวานและช่วยลดน้ำตาลในเลือด!!

มะระขี้นกเป็นสมุนไพรที่เลื่องชื่อในด้านการลดน้ำตาลในเลือดได้อย่างดีเยี่ยม และเป็นที่รู้จักกันในหลายประเทศ ได้แก่ จีน พม่า อินเดีย แอฟริกาและอเมริกาใต้รวมถึงประเทศไทยเราด้วย โดยสรรพคุณของมันหลายประเทศรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีในการต้านโรคเบาหวาน

สำหรับคนไทยเรามักนิยมนำมาทานเป็นผักลวกจิ้มกับน้ำพริกหรือนำมาประกอบอาหารอื่นๆ แต่หากลวกก่อนทานก็จะช่วยลดในเรื่องรสความขมลงไปได้ มะระขี้นกเป็นผักริมรั้วที่ปลูกได้ง่ายมาก มียอดอ่อนและผลที่นำมาทานได้ มีวิตามินเอและวิตามอนซีค่อนข้างสูง

การทำยาดื่มจากน้ำคั้นมะระขี้นกสด

สูตร 1

วิธีใช้

นำผลมะระขี้นกสดประมาณ 8-10 ผล ผ่าเอาเมล็ดด้านในออกให้หมด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในเครื่องปั่นแล้วเติมน้ำเล็กจากนั้นปั่นเพื่อคั้นเอาแต่น้ำมาดื่ม (ปริมาณ 100 มล.) หรือจะดื่มแบบทั้งกากเลยก็ได้เช่นเดียวกัน แนะนำให้แบ่งดื่มวันละ 3 เวลาแบบต่อเนื่องจะดีที่สุด

สูตร 2

วิธีใช้

ให้นำเอาเนื้อจากผลมะระขี้นกผลเล็กเพราะมีตัวยาภายในอยู่มากมาผ่าเอาแต่เนื้อชิ้นเล็กๆ ไปตากแดดให้แห้งแล้วบดให้เป็นผงเพื่อนำมาชงผสมกับน้ำเดือด แนะนำให้ใช้ชิ้นมะระ 1-2 ชิ้นต่อน้ำ 1 ถ้วย ดื่มแบบแทนน้ำชาครั้งละ 2 ถ้วย วันละ 3 เวลาหรือจะนำมาต้มแล้วดื่มก็ได้เช่นกัน หากผู้ป่วยเบาหวานนำมาใส่กระติกน้ำร้อนแล้วต้มดื่มแทนน้ำได้ ภายในไม่เกินระยะเวลา 1 เดือนย่อมเห็นผลว่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างน่าอัศจรรย์ใจทีเดียว

ข้อควรระวัง : สตรีมีครรภ์ เด็กและคนที่ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำไม่ควรรับประทาน

สำหรับในรายงานที่ได้จากผลการศึกษาวิจัยได้บอกไว้ว่าเราสามารถใช้เพื่อลดน้ำตาลในเลือดได้ทั้งในรูปแบบน้ำคั้น ชงดื่มแบบชาและบรรจุแคปซูลแล้วรับประทานเหมือนยาทั่วไป

ที่มา...kaijeaw.com
Advertisements

Advertisements

Advertisements
Share on Google Plus

www.deethojai.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับสุขภาพ อาหาร วิตามิน สารอาหาร โภชนาการ โรคทางโภชนาการ แนะนำเทคนิคการการกิน เกร็ดความรู้ เคล็ดลับต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกกรณี ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

    Blogger Comment
    Facebook Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น