ตลาดไหนๆก็มีขาย 10 สรรพคุณของผักชี รักษาโรคมากมาย ปลูกกินเองง่ายๆ ขายก็ได้ราคา

Advertisements

Advertisements

ตลาดไหนๆก็มีขาย 10 สรรพคุณของผักชี รักษาโรคมากมาย ปลูกกินเองง่ายๆ ขายก็ได้ราคา

ผักชี เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก ใบหยิก สีเขียวสด มีกลิ่นฉุน ความสูงของต้นขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ นิยมนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายแบบ อาทิ ต้มยำ สลัด ลาบ เป็นต้น

ถือเป็นผักที่มีการใช้มากในการประกอบอาหารในครัวเรือน เรียกได้ว่าแทบจะขาดไม่ได้เลยทีเดียว ดังนั้น ปัจจุบันจึงมีราคาค่อนข้างสูงพอควร โดยเฉพาะในหน้าฝน และหากเกิดภาวะน้ำท่วมยิ่งมีราคาแพงมากขึ้น

แต่ปัจจุบันแนวโน้มเรื่องเกษตรอินทรีย์ถือเป็นเรื่องที่กำลังมาแรง และต่อไปในอนาคตคาดว่ามีแนวโน้มเพิ่มความนิยมมากขึ้น จากภาวะความวิตกกังวลเรื่องสารเคมีตกค้างในพืชผักที่มีการผลิตแบบใช้สารเคมี ดังนั้น ผักชีอินทรีย์หรือพืชผักอินทรีย์มีแนวโน้มขายดีในอนาคตแน่นอน

ผักชีเป็นพืชที่ใช้ใบและต้นมารับประทานแบบสด ส่วนผลและรากนำมาใช้เป็นเครื่องเทศ ปัจจุบันนิยมปลูกมากในประเทศอินเดียและผลิตเมล็ดพันธุ์ส่งออกขายทั่วโลก ในประเทศไทยก็มีการปลูกผักชีไว้เพื่อรับประทานเช่นกัน โดยใช้ใบเป็นผักประดับและชูรส ในทางภาคเหนือมีการปลูกผักชีเพื่อเอาเมล็ดพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ใช้ทำเป็นเครื่องแกงและใช้ในการปรุงของบางชนิด

นอกจากนี้เมล็ดยังนำมาสกัดเอาน้ำมันหอมระเหยเพื่อใช้ในการประกอบอาหารและเป็นเครื่องชูรส สำหรับกากที่เหลือใช้เป็นอาหารสัตว์ ผักชีเป็นผักที่ปลูกง่าย และไม่ค่อยพบโรคหรือแมลงศัตรูพืมากนัก เนื่องจากมีกลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยไล่แมลงได้ ขั้นตอนการปลูกผักชีอินทรีย์ สามารถเริ่มตั้งแต่ขั้นต้นของการปลูก ได้แก่

การเตรียมแปลงปลูก

การเตรียมแปลงปลูกเริ่มต้นด้วยการถางหญ้า และปรับพื้นที่แปลงตามประเภทของแปลงให้เหมาะสมกับฤดู และพื้นที่ เช่น

1. ฤดูฝนหรือพื้นที่ชุ่มตลอดปี ควรทำแปลงปลูกแบบยกร่องสูงหรือจัดให้มีร่องระหว่างแปลงเพื่อการระบายน้ำ

2. ฤดูแล้งหรือพื้นที่ขาดแคลนน้ำ ควรเตรียมแปลงในระดับพื้นหรือแปลงยกสันร่องระหว่างแปลง เมื่อ ทำการกำจัดหญ้า และปรับระดับแปลงให้ได้ระดับแล้วจึงทำการพรวนดินผสมกับปุ๋ยธรรมชาติที่ สามารถหาได้ในท้องถิ่น อาทิ แกลบ ขี้เลื่อย มูลโค-กระบือ ฟางข้าว เศษใบไม้ เป็นต้น

การเตรียมเมล็ดพันธุ์

เมล็ดพันธุ์ที่มีการปลูกในปัจจุบัน ได้แก่ พันธุ์สิงคโปร์ และพันธุ์ไต้หวัน เมล็ดพันธุ์ผักชีที่ซื้อตามร้านค้ามักผสมกับผงเคมีกันแมลง และความชื้นมาด้วย จึงควรล้างออกให้สะอาด และแช่ด้วยน้ำสะเดาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนนำมาหว่านที่แปลง เพื่อช่วยป้องกันแมลงมากัดกินเมล็ดพันธ์ผักชีก่อนการงอก สำหรับการแช่อาจแช่ใส่ถังน้ำหรือใส่ห่อผ้ามัด และแช่ในถังก็ได้

การปลูก

ให้ทำการหว่านเมล็ด โดยให้แต่ละเมล็ดห่างกันประมาณ 5-10 เซนติเมตร จากนั้นให้ใช้คราด ทำการคราดตามแนวยาว และแนวขวางของแปลงประมาณ 2 รอบ พร้อมนำฟางข้าวโปรยกลบ ซึ่งควรใช้ฟางข้าวที่มีการบดหรือสับขนาดสั้นๆ และไม่หว่านโปรยให้หนาจนเกินไป พร้อมทำการรดน้ำให้ชุ่ม

การดูแลรักษา

การให้น้ำในระยะเริ่มแรกหลังการหว่านเมล็ดจะให้น้ำประมาณ 2 ครั้ง/วัน ในช่วงเช้าเย็นทุกวัน จนถึงระยะประมาณ 30 วัน ให้เว้นช่วงวันให้น้ำประมาณ 2-3 วัน/ครั้ง โดยให้น้ำเช้าเย็นเช่นกัน สำหรับช่วงก่อนการเก็บเกี่ยวประมาณ 1 สัปดาห์ ควรให้น้ำน้อยลงประมาณ 3-4 วัน/ครั้ง

การใส่ปุ๋ย ให้ใช้น้ำแช่มูลสัตว์ เช่น มูลโค กระบือ ไก่ หมู โดยทำการแช่น้ำมูลสัตว์ใส่ถังทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ และนำเอาส่วนที่เป็นน้ำรดในแปลงผักชีประมาณ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ โดยเป็นการร่วมกับการให้น้ำทั่วไป ทั้งนี้ให้เริ่มการให้ปุ๋ยน้ำประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากการงอก นอกจากนั้น ให้นำเศษมูลสัตว์ที่เป็นตะกอนหลังการแช่น้ำโปรยหว่านในแปลงเป็นระยะประมาณ 2 ครั้ง/เดือน

การกำจัดวัชพืช

แมลง ศัตรูพืชของผักชีมักไม่พบมากนัก แต่เพื่อความมั่นใจให้ใช้น้ำต้มใบสะเดาหรือใบพืชที่มีลักษณะขม เช่น ฟ้าทะลายโจร บอระเพ็ด เป็นต้น รดในแปลงสัปดาห์ละครั้ง

การกำจัดวัชพืช

การกำจัดวัชพืชให้ทำการถอนวัชพืชในแปลงเป็นระยะ ประมาณ 3 ครั้ง ตลอดระยะการปลูกก็ถือว่าเพียงพอ

การเก็บเกี่ยว

ผักชีสามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 30-45 วัน ก่อนทำการเก็บเกี่ยวให้รดน้ำในแปลงให้ดินชุ่มเสียก่อนจะทำให้ถอนรากผักชีได้ ง่ายขึ้น การปลูกในปริมาณมากมักให้พ่อค้าคนกลางมารับถึงในสวนได้เลย โดยรับซื้อเป็นกิโลกรัม แต่หากมีตลาดส่งจำหน่ายเองยิ่งถือเป็นการดี

ผักชี…สรรพคุณทางยา ประโยชน์ทั้งใบ ราก ต้น เมล็ด

นอกจากนี้ต้นของ “ผักชี” (Coriander) ยังสามารถนำมาใช้ทำเป็นอาหารได้ทุกส่วน ทั้งใบ ลำต้น ราก และเมล็ด ส่วนใหญ่มักใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องแกงหรือน้ำซุปเพื่อให้มีกลิ่นหอม โดยประโยชน์จากผักชีที่ช่วยแต่งกลิ่นแต่งหน้าอาหารให้หอมน่ากินแล้ว ยังมีสารอาหารสำคัญๆ ที่มีคุณค่าต่อร่างกายซ่อนอยู่อีกมากเชียวนะ

สรรพคุณทางยาของผักชี

ต่อมาคือรากผักชีมีสรรพคุณช่วยขับพิษไข้ในหัดและอีสุกอีใส ส่วนเมล็ดผักชีหรือลูกผักชีก็มีสรรพคุณทางยาที่ไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่น มีคุณสมบัติช่วยย่อยอาหาร บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน ลดอาการปวดฟัน และในเมล็ดผักชียังมีน้ำมันหอมระเหยที่สามารถช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย ยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็งได้ด้วย อย่างไรก็ดี มีข้อห้ามในการกินผักชีอยู่นิดหน่อยว่า ควรกินในปริมาณที่พอดี อย่ากินมากไปเพราะจะทำให้กลิ่นตัวแรงได้

10 สรรพคุณของผักชี ประโยชน์เพื่อการรักษาโรค

สรรพคุณของผักชีช่วยบำรุงลำไส้ใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ ท้องเสียหรือโรคอุจจาระร่วง หากกินผักชีเป็นประจำจะช่วยได้ เพราะในผักชีมีฤทธิ์ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราในลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยให้การทำงานของลำไส้ดีกว่าเดิมอีกด้วย
   
ประโยชน์ของผักชีต่อการดูแลปอดการกินผักชีเป็นประจำยังเป็นผลดีต่อปอด เพราะจะช่วยลดความชื้นและมูกในร่างกาย ทำให้ลดโอกาสของการเกิดโรคภูมิแพ้ หรือคนที่มีอาการไอเรื้อรังและมีเสมหะ ก็จะช่วยลดเสมหะให้น้อยลง
   
ผักชีมีสารต้านอนุมูลอิสระหากอยากได้รับสารต้านอนุมูลอิสระก็อย่าลืมกินผักชี ซึ่งจะช่วยให้เลือดมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำหน้าที่ดูแลและป้องกันร่างกายจากความเสื่อม ยับยั้งการติดเชื้อ บรรเทาอาการอักเสบ ที่สำคัญช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งปอด
   
ผักชีช่วยต้านการเกิดโรคมะเร็งได้หลายชนิดโดยน้ำมันหอมระเหยจากทุกส่วนของผักชีนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็งอย่างในควันบุหรี่ ควันไฟ ควันธูป ควันจากยาจุดกันยุง ควันจากการเผาขยะ เป็นต้น
   
ประโยชน์ของผักชีต่อฮอร์โมนเพศหญิงผักชีเป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่มีสารไฟโตเอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงอยู่มาก การกินผักชีจึงช่วยทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ บรรเทาอาการปวดประจำเดือน และยิ่งในผู้หญิงวัยทองจะช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ แก้ภาวะซึมเศร้าได้เพราะกลิ่นหอมของผักชี
   
ผักชีมีสรรพคุณช่วยบำรุงเลือดเพราะอุดมไปด้วยวิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิกที่สูง ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยบำรุงเลือดโดยตรง กระตุ้นการทำงานของเลือด ประกอบกับในผักชีก็มีวิตามินซีมากจึงทำให้สามารถดูดซึมเอาธาตุเหล็กมาใช้ได้มากขึ้น เป็นผักที่เหมาะกับคนเป็นโรคโลหิตจางหรือมีปัญหาเลือดจาง
   
ผักชีเป็นยาช่วยขับปัสสาวะที่ดีชนิดหนึ่งรวมทั้งยังลดอาการบวมน้ำ ช่วยกระตุ้นการทำงานของไตให้ทำงานอย่างปกติ บำรุงไต และแก้อาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ปวดหัว
   
สรรพคุณของผักชีต่อการบำรุงตับในส่วนของเมล็ดผักชีมีสรรพคุณช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับ โดยจะเพิ่มการหลั่งน้ำดีในตับทำให้ช่วยกำจัดไขมันหรือของเสียออกจากร่างกายได้ดี และเพิ่มไขมันดีมากขึ้น จึงช่วยลดปัญหาไขมันในเลือดสูง
   
เมล็ดสดของผักชียังสามารถช่วยแก้โรคริดสีดวงทวารด้วยการนำเมล็ดสดมาบดผสมกับเหล้าดื่มวันละ 5 ครั้ง ส่วนเมล็ดแห้งของผักชีนอกจากนำมาใช้เป็นเครื่องเทศ หากนำมาต้มกับน้ำดื่มจะช่วยบำรุงกระเพาะอาหารและลำไส้
   
ใบผักชีช่วยรักษาบรรดาสิวได้โดยมีขั้นตอนอยู่ว่า ให้นำผักชีสัก 1 กำมือ ล้างน้ำให้สะอาดแล้วปั่นกับน้ำเล็กน้อยในเครื่องปั่นน้ำผลไม้จนละเอียด กรองด้วยผ้าขาวบางเอาเฉพาะน้ำผักชี ใช้ทาใบหน้าทิ้งไว้จนแห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า เท่านี้ทั้งสิวอุดตัน สิวเสี้ยน สิวอักเสบจะค่อยๆ หาย รูขุมขนก็เล็กลงด้วย

เมื่อได้รู้ถึงสรรพคุณและประโยชน์ของผักชีกันไปแล้ว…ต่อไปอย่าคิดว่าก็แค่ ผักชีโรยหน้า แล้วเขี่ยทิ้ง เพราะนั่นคือการทิ้งสิ่งที่มีประโยชน์และมีคุณค่าทางสารอาหารต่อร่างกายไปอย่างน่าเสียดาย ส่วนใครที่ชอบกินผักชีอยู่แล้วก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วย เพราะนี่คือการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บที่ดีและง่ายมากๆ เลยล่ะ

ขอขอบคุณ http://sukkaphap-d.com
Advertisements

Advertisements

Advertisements
SHARE
    Blogger Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น