แชร์แบ่งปันกันไปเลย 108 สรรพคุณของกล้วย กินแล้วมะเร็งไม่เข้าใกล้ แถมต้นยังใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน!

Advertisements

Advertisements

แชร์แบ่งปันกันไปเลย 108 สรรพคุณของกล้วย กินแล้วมะเร็งไม่เข้าใกล้ แถมต้นยังใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน!

กล้วยสารพัดประโยชน์ มากล้นด้วยคุณค่า

ถ้าพูดถึงกล้วยทุกคนก็คงรู้กันอยู่แล้วว่ากล้วยนั้นมีคุณประโยชน์ดีอย่างไร ทุกส่วนของกล้วยสามารถนำไปใช้ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ผล ลำต้น ใบ ปลี สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดมูลค่าได้ทั้งนั้น ผลดิบ ประโยชน์ของมันก็คือ ช่วยรักษาโรคกระเพาะได้

ผลห่าม ช่วยแก้ท้องเสีย

ผลสุก ช่วยแก้ท้องผูก

ผลงอม ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคมะเร็ง เพิ่มเซลล์เม็ดเลือดขาว เพราะผลกล้วยนั้นมีธาตุโพแทสเซียมสูงช่วยลดความดันโลหิต และถ้าเป็นในกล้วยสุกจะมีเส้นใยสูงช่วยในการย่อยอาหารของกระเพาะได้ดี อีกทั้งผลสุกยังเหมาะกับคนที่ต้องการลดน้ำหนักอีกด้วย นอกจากนี้คนส่วนใหญ่นิยมนำกล้วยดิบมาแปรรูปเป็นขนมต่างๆ เช่น กล้วยฉาบ กล้วยตาก กล้วยอบ กล้วยเชื่อม กล้วยทอด รวมไปถึงนำกล้วยไปเป็นส่วนประกอบในการทำขนมต่างๆอีกมากมาย

ใบกล้วยหรือใบตอง สามารถนำไปห่อขนมหรืออาหารแล้วนำไป ปิ้ง ต้ม อบ ได้ หัวปลีหรือดอกกล้วย นิยมนำมารับประทานเป็นเครื่องเคียงกับอาหารและใช้ในการประกอบอาหาร เช่น ใส่ในผัดไทย ทำแกง ยำ และอื่นๆ

กาบกล้วย ส่วนใหญ่จะใช้ในงานศิลปะการแทงหยวกไว้ที่เชิงตะกอนเวลาเผาศพ และยังนำมาทำเป็น

เชือกกล้วยสำหรับผูกของ หรือสานทำภาชนะรองของ เป็นต้น

หยวกกล้วย นิยมนำมาทำเป็นแกงและใช้เป็นอาหารสุกร

ลำต้น มักจะใช้ต้นกล้วยในงานมงคล หรือพิธีทางศาสนา เช่น งานขึ้นบ้านใหญ่ งานแต่งงาน งานทอดกฐิน การเทศน์มหาชาติ เป็นต้น

ก้านกล้วย ในสมัยอดีตนิยมนำมาทำเป็นของเล่น เช่น ม้าก้านกล้วย ปืนก้านกล้วย เป็นต้น

เคล็ดลับผลไม้ดีๆ สำหรับสาวๆ ที่ควรรับประทาน

- กล้วยหอม เป็นผลไม้ที่เหมาะกับสาวๆอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงวันนั้นของเดือน เพราะจะช่วยลดอาการเจ็บปวดบริเวณท้องน้อยและหน้าอก ช่วยลำเลียงออกซิเจนไปสู่สมองได้ดี อีกทั้งช่วยทำให้อารมณ์คงที่ รักษาสมดุลของระดับโพสแทสเซียม ลดอาการบวมน้ำในร่างกาย ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเป็นปกติ เป็นแหล่งอุดมไปด้วยวิตามิน บี 6 ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสาวๆ อีกด้วย

- รับประทานกล้วยในมื้อเช้าจะทำให้รู้สึกอิ่มได้นานขึ้น และช่วยลดอาการอยากอาหารระหว่างวันได้ ดดยการรับประทานที่เหมาะสมเพื่อลดน้ำหนักนั้นควรรับประทานกล้วยหอมวันละ 3-4 ลูก รับประทานช้าๆ เคี้ยวให้ระเอียด และรับประทานน้ำอุณหภูมิห้องตามเมื่อหมด 1 ลูก จะช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่าางดี

- กล้วยแต่ละชนิดให้พลังงานที่ต่างกัน แน่นอนว่ากล้วยมีหลากหลายสายพันธุ์ ให้รสชาติดี มีคุณประโยชน์แตกต่างกันไป ยกตัวอย่างกล้วย 3 ชนิด กล้วยไข่ รับประทาน 2 ลูก (50 กรัม) จะได้พลังงาน 56 แคลอรี เทียบเท่าน้ำตาล 2.2 ช้อนชา หากรับประทานกล้วยน้ำว้า 1 ลูก (40 กรัม) จะได้พลังงาน 59 แคลอรี เทียบเท่าน้ำตาล 1.8 ช้อนชา และถ้ารับประทานกล้วยหอม 1 ลูก (118 กรัม) จะได้พลังงาน 105 แคลอรี เทียบเท่าน้ำตาล 2.8 ช้อนชา ดังนั้นการรับประทานขึ้นอยู่กับผู้บริโภคควรบริโภคตามความเหมาะสม เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีของตัวผู้บริโภคเอง

ผู้ที่สนใจกำลังมองหาผลกล้วยหอมคาเวนดิช ที่มีรสชาติหอมหวาน และอร่อย ติดต่อสอบถามหรือสั่งซื้อเข้ามาได้ที่ Tel. 093-356-4244, 061-825-0379, 061-646-1915, 091-095-1453 Page Facebook: กล้วยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

สำหรับท่านใดที่สนใจปลูกกล้วยที่่ผลิตจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สามารถติดต่อและสอบถามเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการปลูกกล้วยได้ที่ Tel. 093-356-4244, 061-825-0379, 061-646-1915, 091-095-1453 Page Facebook: กล้วยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

ต้นกล้าพร้อมส่งทั่วประเทศ มีดังนี้ 1. กล้วยคาเวนดิส มี 2 สายพันธุ์

- กล้วยหอมแกรนด์ไนน์

- กล้วยหอมทอวิลเลียมส์

2. กล้วยหอมทอง

3. กล้วยน้ำว้าปากช่อง 50

4. กล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 2

สำหรับเชื้อจุนทรีย์สำหรับทำปุ๋ยหมัก (สินค้าสั่งจอง) ท่านใดกำลังมองหาเชื้อจุลินทรีย์สำหรับผสมวัสดุปรับปรุงดินเพื่อทำปุ๋ยหมัก ก็สามารถติดต่อสอบถามเข้าในช่องทางการติดต่อได้เลย ทางเราพร้อมให้คำแนะนำและยินดีบริการ รวมไปถึงทางเรามีวัสดุปรับปรุงดินจำหน่าย (พร้อมส่ง)

ทางเรามีบริการจัดส่งทางไปรษณีย์ และจัดส่งแบบ Kerry ค่าจัดส่งขึ้นอยู่กับปริมาณสินค้าที่สั่งเข้าม

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก Facebook: กล้วยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

เรียบเรียงโดย สยามนิวส์
Advertisements

Advertisements

Advertisements
Share on Google Plus

www.deethojai.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับสุขภาพ อาหาร วิตามิน สารอาหาร โภชนาการ โรคทางโภชนาการ แนะนำเทคนิคการการกิน เกร็ดความรู้ เคล็ดลับต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกกรณี ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

    Blogger Comment
    Facebook Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น