น่าทึ่งมากๆ เมื่อเธอเอากะหล่ำปลีมาแปะที่เต้านม แต่พอรู้ประโยชน์ ถึงกับต้องยกนิ้วให้!

Advertisements

Advertisements

น่าทึ่งมากๆ เมื่อเธอเอากะหล่ำปลีมาแปะที่เต้านม แต่พอรู้ประโยชน์ ถึงกับต้องยกนิ้วให้!

ใครไม่เป็น คงไม่รู้ว่า การที่เป็นคุณแม่มือใหม่ ต้องเตรียมตัวกันขนาดไหน ไหนจะต้องเลี้ยงลูก ไหนจะต้องทำงาน ยิ่งในเวลาที่น้ำนมคัดแล้วล่ะก็เป็นอะไรที่ทรมานสุดๆเลยล่ะ

วันนี้เราจะมาบอกวิธีในการบรรเทา ปัญหาเต้านมคัดตึง แบบง่ายๆ กัน …

กะหล่ำปลี.. ถือเป็นของดีที่คุณแม่มือใหม่ต้องมีไว้ติดตัว โดยเฉพาะเวลาที่มีอาการเต้านมคัดนั้น ขอบอกเลยว่าเจ็บแบบสุดๆเลยล่ะ ซึ่งหลายคนอาจเป็นหนักถึงขั้นอาจมีไข้ต่ำๆ รวมไปถึงอักเสบติดเชื้อที่เต้านมได้อีกด้วย ปัญหาเต้านมคัด ถือว่าเป็นเรื่องปกติของคุณแม่หลังคลอดประมาณวันที่ 3 หรือ 4 เนื่องจากร่างกายกำลังสร้างน้ำนมมากขึ้น จึงทำให้เต้านมใหญ่ขึ้น หนักขึ้น และมีอาการบวมร่วมด้วย

แต่ปัญหาดังกล่าวกำลังจะหมดไป เมื่อมีการวิจัยว่าคุณแม่ที่มีอาการเต้านมคัดสามารถใช้กะหล่ำปลีประคบเต้านม เพื่อลดอาการปวด รวมไปถึงการแก้นมคัดหลังคลอดได้อีกด้วย เนื่องจากกะหล่ำปลีเป็นพืชสมุนไพรชนิดเย็นมีฤทธิ์ดูดซับความร้อน ช่วยลดการคั่งของสารน้ำในเนื้อเยื่อบริเวณเต้านม ทำให้อาการปวดคัดตึงเต้านมลดลงอย่างได้ผล

ส่วนวิธีใช้กะหล่ำปลีบรรเทาอาการเต้านมคัดนั้นก็ง่ายมากๆค่ะ เพียงแค่ใช้ใบกะหล่ำปลีที่มีขนาดใกล้เคียงกับเต้านม จากนั้นนำไปล้างด้วยน้ำให้สะอาด แล้วนำไปแช่เย็นประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วนำไปประคบเต้านม หรืออาจจะใช้เสื้อชั้นในสวมปิดทับ หรือใช้ผ้าพันทับไว้ประคบเวลาประมาณ 20 นาที เพียงเท่านี้อาการบวมก็จะค่อยๆลดลง

แต่การใช้กะหล่ำปลีบรรเทาอาการเต้านมคัดนั้น แนะนำว่าไม่ควรทำมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน เพราะจะทำให้ปริมาณน้ำนมลดลง และควรหยุดใช้เมื่อมีผื่นขึ้น หรือถ้าเริ่มมีอาการแพ้จากการใช้กะหล่ำปลี

ยอดเยี่ยมไปเลยค่ะ เป็นวิธีธรรมชาติ วัสดุหาง่ายและทำได้ง่ายมากๆ เคล็ดลับดีๆแบบนี้ใครรู้แล้วก็อย่าลืมบอกต่อเพื่อนๆได้นะค่ะ

ข้อมูลและภาพ doo-deedee.com
Advertisements

Advertisements

Loading...
Share on Google Plus

www.deethojai.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับสุขภาพ อาหาร วิตามิน สารอาหาร โภชนาการ โรคทางโภชนาการ แนะนำเทคนิคการการกิน เกร็ดความรู้ เคล็ดลับต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกกรณี ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

    Blogger Comment
    Facebook Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น