เคล็ดลับที่แม่บ้านต้องรู้!! หมดปัญหาข้าวเเข็งติดก้นหม้อ ง่ายนิดเดียว ไม่ต้องเสียเวลาขัดให้เปลืองแรง

Advertisements

Advertisements

เคล็ดลับที่แม่บ้านต้องรู้!! หมดปัญหาข้าวเเข็งติดก้นหม้อ ง่ายนิดเดียว ไม่ต้องเสียเวลาขัดให้เปลืองแรง

เชื่อว่าหลายๆบ้านคงต้องเจอปัญหาข้าวเเข็งติดก้นหม้อ นอกจากจะกินไม่อร่อยจนต้องเททิ้งให้สิ้นเปลืองเเล้ว ยังล้างออกยากอีกด้วย ยิ่งอุ่นซ้ำบ่อยๆก็ยิ่งเเข็ง เบื่อไหม?


วันนี้จะมาเเนะนำ วิธีหุงข้าวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องข้าวเเข็งติดก้นหม้ออีกต่อไป ทำอย่างไร ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

1. เลือกใช้หม้อหุงข้าวที่กระจายความร้อนทั่วหม้อ

สาเหตุที่มีข้าวเเข็งไหม้ติดก้นหม้อ เนื่องจากหม้อหุงข้าวไฟฟ้าที่เราใช้อยู่ตามบ้านส่วนใหญ่ ให้ความร้อนจากแผ่นให้ความร้อนที่ก้นหม้อ (ชั้นนอก) ทำให้ส่วนก้นหม้อได้รับความร้อนมากที่สุด ทำให้ข้าวก้นหม้อเหนียว แห้งแข็งติดก้นหม้อนั่นเองค่ะ แต่ถ้าเป็นหม้อหุงข้าวที่มีระบบกระจายความร้อนไปทั่วหม้อก็จะหมดปัญหานี้ไปค่ะ แต่ถ้าไม่อยากซื้้อหม้อหุงข้าวใหม่ก็ใช้วิธีต่อไปค่ะ

2. ปิดฝาไว้ก่อน

หลังจากข้าวดีดเเล้ว ให้ดึงปลั๊กออกทันที เเต่ถ้าเป็นหม้อหุงข้าวแบบไม่มีไฟอุ่นก็ไม่ต้องถอดปลั๊กก็ได้ อย่าเพิ่งเปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ข้าวก็จะไม่เเข็งติดก้นหม้อ

3. เเช่ในน้ำ

ดึงปลั๊กหม้อหุงข้าวออกทันทีที่ข้าวสุก เเล้วนำหม้อชั้นในไปแช่น้ำอุณหภูมิปกติประมาณ 2-3 นาที หม้อหุงข้าวส่วนใหญ่ทำจากอลูมิเนียม ซึ่งถ่ายเทความร้อนได้ดี เมื่อเรารีบนำหม้อไปทำให้เย็นโดยการเเช่น้ำ จะทำให้ข้าวเรียงตัวใหม่เร็วขึ้น เเละดับความร้อนก้นหม้อ ลดปัญหาข้าวไหม้ติดหม้อได้ค่ะ

4. เติมน้ำก่อนอุ่น

เวลากินข้าวไม่หมดเเล้วต้องการอุ่นซ้ำ ให้เติมน้ำลงไปเล็กน้อยจากนั่นค่อยกดอุ่นตามปกติ

หุงข้าวคราวหน้าอย่าลืมลองนำวิธีนี้ไปใช้ดูนะคะ ไม่ต้องมีข้าวไม่ติดหม้อ ไม่ต้องขัด ไม่ต้องเททิ้ง ดีมากๆค่ะ

ที่มา...every-thinks.com
Advertisements

Advertisements

Loading...
Share on Google Plus

www.deethojai.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับสุขภาพ อาหาร วิตามิน สารอาหาร โภชนาการ โรคทางโภชนาการ แนะนำเทคนิคการการกิน เกร็ดความรู้ เคล็ดลับต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกกรณี ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

    Blogger Comment
    Facebook Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น