แบ่งปันต่อได้บุญ วิธีแก้พิษ เมื่อถูก ตะขาบกัด ทำได้ง่ายๆ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก รับรองหายชัวร์

Advertisements

Advertisements

แบ่งปันต่อได้บุญ วิธีแก้พิษ เมื่อถูก ตะขาบกัด ทำได้ง่ายๆ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก รับรองหายชัวร์

ถึงแม้ช่วงนี้จะก้าวเข้าสู่หน้าหนาวแล้ว แต่หลายพื้นที่ฝนก็ยังตกชุกอยู่ และสัตว์มีพิษมักจะพบบ่อยในหน้าฝนก็คือ “ตะขาบ” ที่มักจะหนีน้ำมาหลบที่แห้งซึ่งมันจะซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่างๆของบ้าน ยิ่งบ้านใครที่อยู่ใกล้ป่าด้วยแล้ว ควรใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะตะขาบ เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีพิษไม่น้อยเลย

ถ้าใครโดนกัดหรือแพ้ก็อาจทำให้ผิวหนังไหม้เลยก็ได้ ส่วนใหญ่อาการเบื้องต้นหาก โดนพิษของตะขาบพิษ ของตะขาบมีสารที่ทำให้เกิดการอักเสบรุนแรง จะมีอาการปวดแสบปวดร้อน บวมแดง อักเสบ ซึ่งหากมีอาการอักเสบมากๆจะทำให้เลือดไม่ไปหล่อเลี้ยงบริเวณนั้น ส่งผลให้เนื้อตาย อาจต้องตัดทิ้ง วันนี้เรามีวิธีแก้พิษ และวิธีปฐมพยาบาลมาฝากกัน

วิธีแก้พิษจากตะขาบกัดด้วยสมุนไพร
เริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดบาดแผลให้สะอาด จากนั้นจึงทานยาแก้ปวดตามเพื่อระงับอาการปวด แล้วจึงทำการรักษาด้วยสมุนไพร ซึ่งสมุนไพรที่นิยมนำมารักษามีดังนี้

1) ตะขาบบิน

ตะขาบบิน นำใบสดมาตำให้ละเอียด ผสมกับเหล้าหรือน้ำซาวข้าว จากนั้นกรองแยกน้ำกับกาก แล้วจึงนำน้ำมาทาบริเวณแผล นำกากที่เหลือมาพอกแผลทิ้งไว้ จะช่วยแก้พิษตะขาบและช่วยลดอาการบวมได้อีกด้วย

ตะขาบและช่วยบรรเทาอาการปวดได้

2) ตำลึง

ตำลึงนำใบตำลึงมาตำให้ละเอียด แล้วนำไปผสมเหล้าขาว จากนั้นนำไปพอกแผลทิ้งไว้จะช่วยถอนพิษตะขาบได้อย่างดีเลยทีเดียว

3)ขิงแก่

ขิงแก่ นำขิงแก่มาตำให้ละเอียด จากนั้นนำไปผสมกับเหล้าขาว แล้วนำไปพอกทิ้งไว้บริเวณที่ถูกตะขาบกัด สามารถถอนพิษ

ขอบคุณทีมงาน siamvariety
Advertisements

Advertisements

Advertisements
Share on Google Plus

www.deethojai.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับสุขภาพ อาหาร วิตามิน สารอาหาร โภชนาการ โรคทางโภชนาการ แนะนำเทคนิคการการกิน เกร็ดความรู้ เคล็ดลับต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกกรณี ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

    Blogger Comment
    Facebook Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น