แบ่งปันต่อได้บุญ แจกสูตรน้ำสมุนไพร แก้เข่าเสื่อม ปวดข้อ และอาการชาตามแขน ขา ดื่มวันละ 2 ครั้งก่อนอาหาร

Advertisements

Advertisements

แบ่งปันต่อได้บุญ แจกสูตรน้ำสมุนไพร แก้เข่าเสื่อม ปวดข้อ และอาการชาตามแขน ขา ดื่มวันละ 2 ครั้งก่อนอาหาร

อาการเข่าเสื่อม ปวดข้อ และชาตามแขนขา เมื่อเราอายุมากขึ้นมักจะเจออาการเหล่านี้รุมเร้าเป็นธรรมดา โดยวันนี้เรามีสูตรน้ำสมุนไพรที่จะช่วยยับยังปัญหาสุขภาพที่กล่าวมาข้างต้นมาแจกให้ทุกคนได้ลองนำไปใช้กันดูนะคะ มีส่วนผสมอะไรบ้างไปดูกันเลยจ้า
ส่วนผสม

– น้ำ 40 %

– มะนาว 5%

– ใบย่านาง 50%

– สับปะรด 5%

***การคิดเป็น % นั้นให้ผู้ปรุงยาตวงตามขนาดถ้วยตวง หน่วยเป็น cc

วิธีทำ

1. ปั่นใบย่างแล้วกรองกากทิ้ง

2. ปั่นสับปะรดเอากากทิ้ง

3. นำมารวมกับน้ำใบย่านางที่ปั่นเตรียมไว้แล้ว

4. หลังจากนั้นเติมน้ำมะนาวลงไป คนๆ ให้เข้ากันไว้รับประทาน (ที่เหลือแช่แย็นไว้ได้ 10-15 วัน)
การรับประทาน

ดื่มวันละ 2 ครั้งๆ ละ 30 ซีซี ผสมน้ำ 1 แก้ว ก่อนอาหาร หรือระหว่างวันก็ดีค่ะ
กลุ่มอาการควรรับประทาน

    โรคอ้วน
    โรคเก้าท์
    ปวดข้อ เข่าเสื่อม
    มีไข้
    เนื้องอกในเต้านม – ในมดลูก
    ไขมันในเลือดสูง
    อาหารเป็นพิษ
    แผลในกระเพาะ
    ภูมิแพ้
    ไมเกรน
    สิว-ฝ้า-กระสีน้ำตาล
    เป็นตะคิวบ่อยๆ
    ริดสีดวงทวาร
    ตับแข็ง
    ท้องบวมน้ำ
    ไทรอยด์
    มะเร็งต่างๆ
    โลหิตจาง
    ตาฟ้าฟาง
    ความดันสูงหรือต่ำเกินไป
    ลูคีเมีย
    ชาตามแขน ขา
    เหงือกอักเสบ
    โรคหัวใจ
    กรดไหลย้อน

วิธีการทำน้ำใบย่านางสูตรหมอเขียว

สูตรนี้เป็นการใช้ใบย่านางในการเพิ่มคลอโรฟิลล์ คุ้มครองเซลล์ ฟื้นฟูเซลล์ ปรับสมดุล บำบัดหรือบรรเทาอาการที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลของร่างกาย ซึ่งมีส่วนผสมดังนี้

ใบย่านาง

– เด็ก ใช้ใบย่านาง 1-5 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว 200-600 ซีซี

– ผู้ใหญ่ ที่รูปร่างผอม บางเล็ก ทำงานไม่ทน ใช้ 5-7 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว

– ผู้ใหญ่ที่รูปร่างผอม บาง เล็ก ทำงานทน ใช้ 7-10 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว

– ผู้ใหญ่ที่รูปร่างสมส่วน ตัวโต ใช้ 10-20 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว

วิธีทำ

1. ใช้ใบย่านางสด มาล้างทำความสะอาดโขลกให้ละเอียดแล้วเติมน้ำ หรือขยี้ใบย่านางกับน้ำหรือปั่นในเครื่องปั่น (แต่การปั่นในเครื่องปั่นไฟฟ้า จะทำให้ประสิทธิภาพลดลงบ้าง เนื่องจากความร้อนจะไปทำลายความเย็นของย่านาง)

2. กรองน้ำใบย่านางที่ได้ผ่านกระชอนเอาแต่น้ำ

3. ดื่มครั้งละ 1/2-1 แก้ว วันละ 2-3 เวลา ก่อนอาหาร หรือตอนท้องว่างหรือผสมเจือจางดื่มแทนน้ำ เพราะถ้าเกิน 4 ชม. มักจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ไม่เหมาะที่จะดื่ม แต่ถ้าแช่ในตู้เย็น ควรใช้ภายใน 3-7 วันโดยให้สังเกตุที่กลิ่นเปรี้ยวเป็นหลัก

หมายเหตุ

ถ้าจะให้ได้รสชาติ คั้นกับใบเตย จะหอมอร่อยมาก หรือจะใส่กับน้ำมะพร้าวก็จะหอมชื่นใจมากขึ้น ( แต่ถ้าใส่น้ำมะพร้าวจะเสียเร็วนะ) ผักฤทธิ์เย็น นำมาคั้นร่วมกับย่านางก็ได้ เช่น ผักบุ้ง ตำลึง ใบบัวบก ใบเตย

วิธีการทำน้ำใบย่านางสูตรทั่วไป

ส่วนผสม

– ใช้ใบย่านาง 30-50 ใบ

– น้ำดื่ม 4.5 ลิตร

– ใบเตย 10 ใบ

วิธีการทำ

1. ตัดหรือฉีกใบย่านางและใบเตยให้เล็กลง แล้วนำไปโขลกให้ละเอียด หรือขยี้ หรือนำไปปั่น

2. กรองด้วยผ้าขาวบาง หรือตะแกรงตาถี่เอาแต่น้ำสีเขียว แล้วนำไปดื่มแทนน้ำได้ทั้งวัน ที่เหลือให้เก็บไว้ในตู้เย็นไว้ดื่มได้ 4 – 5 วัน ถ้ารสชาติเริ่มเปรี้ยวควรทิ้งทันที

วิธีการทำน้ำใบย่างนางสูตรที่ 2

ส่วนผสม

– ใบย่านาง 5-20 ใบ

– ใบเตย 1-3 ใบ

– บัวบก ครึ่ง-1 กำมือ

– หญ้าปักกิ่ง 3-5 ต้น

– ใบอ่อมแซบ (เบญจรงค์) ครึ่ง-1 กำมือ

– ใบเสลดพังพอน ครึ่ง–1 กำมือ

– ว่านกาบหอย 3-5 ใบ

วิธีการทำ

1. ตัดหรือฉีกใบย่านาง ใบเตย ใบบัวบก หญ้าปักกิ่ง ใบเบญจรงค์ และใบเสลดพังพอนให้เล็กลง แล้วนำไปโขลกให้ละเอียด หรือขยี้ หรือนำไปปั่น

2. กรองด้วยผ้าขาวบาง หรือตะแกรงตาถี่เอาแต่น้ำสีเขียว แล้วนำไปดื่มแทนน้ำได้ทั้งวัน ที่เหลือให้เก็บไว้ในตู้เย็นไว้ดื่มได้ 4 – 5 วัน ถ้ารสชาติเริ่มเปรี้ยวควรทิ้งทันที

เป็นอย่างไรกันบ้างเมื่อทราบสรรพคุณที่มีมากมายจนน่ามหัศจรรย์ของสมุนไพรย่านางกันไปแล้ว คงจะเริ่มสนใจนำสมุนไพรชนิดนี้มาใช้กันแล้วใช่ไหมล่ะ

แต่ก็ควรใช้ให้ถูกวิธีและเหมาะสมนะ เพราะสมุนไพรชนิดนี้ถึงมีแม้จะมีประโยชน์มากมาย แต่ถ้าหากเราใช้มากเกินไปและไม่ถูกวิธีก็อาจจะทำให้เกิดผลเสียตามมาได้ค่ะ

สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน

แหล่งที่มา : หมอปรียาภา แฟนเพจ
Advertisements

Advertisements

Advertisements
Share on Google Plus

www.deethojai.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับสุขภาพ อาหาร วิตามิน สารอาหาร โภชนาการ โรคทางโภชนาการ แนะนำเทคนิคการการกิน เกร็ดความรู้ เคล็ดลับต่างๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกกรณี ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

    Blogger Comment
    Facebook Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น