โปรดอย่าละเลยเด็ดขาด 15 อาการโรคมะเร็งในผู้ชาย ที่ไม่ควรละเลย รู้ไว้ใส่ใจคนที่คุณรัก

Advertisements

Advertisements

โปรดอย่าละเลยเด็ดขาด 15 อาการโรคมะเร็งในผู้ชาย ที่ไม่ควรละเลย รู้ไว้ใส่ใจคนที่คุณรัก

ถ้าคุณเหมือนผู้ชายทั่วไปที่การไปตรวจสุขภาพดูเหมือนจะไม่เคยอยู่ในตารางชีวิต นั่นมันแย่เลยทีเดียวเพราะคุณอาจพลาดสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งได้

วิธีที่ดีที่สุดในการบำบัดโรคมะเร็งให้หายขาดก็คือ ต้องตรวจให้พบได้ตั้งแต่ระยะแรกๆ จะเพิ่มโอกาสในการรักษามากขึ้น ปัญหาก็คือสัญญาณเตือนหลายๆ อย่างนั้นดูจะไม่ค่อยชัดเจนเสียเท่าไร

ลองเช็คสัญญาณเตือน 15 ประการกันดูก่อน บางอย่างเชื่อมโยงกับโรคมะเร็งอย่างชัดเจน มันคุ้มค่าที่จะศึกษาจะได้ตรวจพบได้อย่างทันท่วงที
1. มีปัญหาเวลาปัสสาวะ

ผู้ชายหลายคนมีปัญหาในขณะปัสสาวะเมื่ออายุมากขึ้น อย่างเช่น

    ปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืน
    ปัสสาวะเรี่ยราด ปัสสาวะเล็ด หรืออั้นปัสสาวะไม่ค่อยอยู่
    มีปัญหาตอนเริ่มปัสสาวะ หรือปัสสาวะอ่อน (ไหลช้า)
    รู้สึกแสบเมื่อปัสสาวะ

อาการต่อมลูกหมากโตอาจทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้นได้ และยังอาจกลายเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้ด้วย แพทย์จะทำการตรวจหาสาเหตุของอาการที่เกิดขึ้น โดยจะให้คุณเข้ารับการทดสอบรวมไปถึงการตรวจเลือด (เรียกว่า PSA test) เพื่อตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากนั่นเอง
2. มีการเปลี่ยนแปลงในอัณฑะ

ถ้าคลำเจอก้อน หรือรู้สึกหน่วงๆ หนักๆ หรือมีรู้สึกผิดปกติบางอย่างในลูกอัณฑะ คุณยิ่งไม่ควรละเลย Dr. Herbert Lepor ผู้อำนวยการด้านระบบทางเดินปัสสาวะที่ศูนย์การแพทย์ Langone มหาวิทยาลัย New York กล่าว “แตกต่างจากมะเร็งต่อมลูกหมากที่จะเติบโตอย่างช้าๆ แต่มะเร็งอัณฑะจะลุกลามได้ในเวลาแค่ข้ามคืน” แพทย์ของคุณจะตรวจหาปัญหาและตรวจเช็คร่างกาย, ทดสอบเลือด และทำอัตราซาวด์ถุงอัณฑะเพื่อหาสาเหตุต่อไป
3. มีเลือดออกมากับปัสสาวะหรืออุจจาระ

อาการเหล่านี้อาจะเป็นสัญญาณแรกเริ่มของโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ, มะเร็งที่ไต หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ก็ได้ ควรเข้ารับการตรวจกับแพทย์เพราะอาการเลือดออกไม่ว่าจะเป็นอวัยวะใดๆ ก็ไม่ปกติทั้งสิ้นแม้ว่าคุณจะไม่มีอาการอื่นใดร่วมเลยก็ตาม Lepor กล่าว และต่อให้คุณตรวจแล้วไม่พบโรคมะเร็ง แต่อาการดังกล่าวนี้ก็ยังอาจเป็นเพราะโรคริดสีดวงทวาร หรือมีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ซึ่งก็ควรเข้ารับการตรวจและรักษาอยู่ดี
4. ผิวหนังมีการเปลี่ยนแปลง

เมื่อคุณพบกับการเปลี่ยนแปลงผิวหนัง ทั้งในเรื่องของขนาด, รูปร่าง, สีสันของขี้แมลงวัน ไฝ หรือจุดต่างๆ ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะจุดใหม่ๆ เหล่านี้เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างชัดของโรคมะเร็งผิวหนัง คุณต้องเข้ารับการทดสอบ อาจมีการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจหาด้วย ซึ่งแพทย์จะตัดเอาเนื้อเยื่อเล็กๆ ไปทดสอบมะเร็งผิวหนัง หากพบความผิดปกติเหล่านี้ไม่ควรรีรอ Dr. Marleen Meyers แพทย์ด้านเนื้องอกวิทยาที่ศูนย์มะเร็ง NYU Perlmutter กล่าว
5. ต่อมน้ำเหลืองมีการเปลี่ยนแปลง

มีอาการต่อมน้ำเหลืองโต โดยต่อมขนาดเท่าเมล็ดถั่วนี้จะพบได้บริเวณลำคอ, รักแร้ และตำแหน่งอื่นๆ ซึ่งการบวมโตจะเป็นสัญญาณเตือนว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกายคุณ โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงระบบภูมิคุ้มกันกำลังต่อสู้กับอาการเจ็บคอ หรือเป็นไข้ แต่โรคมะเร็งก็ทำให้ต่อมน้ำเหลืองโตได้เช่นกัน ควรไปพบแพทย์หากอาการต่อมน้ำเหลืองโตนี้ไม่หายไปใน 2-4 สัปดาห์ Meyers กล่าว
6. มีปัญหาการกลืน

บางคนมีปัญหาการกลืนบ้างเป็นบางครั้ง แต่ถ้าคุณมีปัญหาจนถึงกับทำให้น้ำหนักลดหรืออาเจียนแล้วล่ะก็ คุณต้องเข้ารับการตรวจกับแพทย์แล้วล่ะ ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจเช็คมะเร็งลำคอและมะเร็งกระเพาะอาหาร โดยจะเริ่มทดสอบที่ลำคอและเอกซเรย์ด้วยการกลืนแร่ Barium ซึ่งในระหว่างการทดสอบคุณต้องดื่มของเหลวที่ช่วยให้มองเห็นลำคอคุณได้ชัดขึ้นบนแผ่นฟิล์ม X-ray
7. แสบร้อนในทรวงอก

หากมีอาการแสบร้อนในทรวงอก การปรับปรุงวิธีการกินอาหาร พฤติกรรมการดื่ม และลดความเครียดลงอาจช่วยได้ แต่หากมันไม่ดีขึ้นเลยก็ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจเช็ค เพราะอาการแสบร้อนในทรวงอกที่ไม่ยอมหายหรือแย่ลงไปเรื่อยๆ นั้นอาจหมายถึงโรคมะเร็งกระเพาะอาหารหรือมะเร็งลำคอได้ด้วย

8. มีการเปลี่ยนแปลงในช่องปาก

ถ้าคุณเป็นคนที่สูบบุหรี่หรือเคี้ยวยาสูบ คุณก็มีความเสี่ยงที่สูงกว่าที่จะเป็นมะเร็งในปาก ให้ลองสังเกตุฝ้าสีขาวหรือฝ้าสีแดงภายในปากหรือบนริมฝีปาก แล้วปรึกษาแพทย์หรือทันตแพทย์เพื่อทดสอบและรักษาต่อไป
9. น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ

กางเกงฟิตขึ้นหรือหลวมลงหรือเปล่า? ถ้าคุณไม่ได้เปลี่ยนแปลงการกินหรือเปลี่ยนแปลงการออกกำลังกาย ก็อาจหมายถึงความเครียดหรือต่อมไทรอยด์มีปัญหา แต่การที่น้ำหนักลดเป็น 10 ปอนด์ขึ้นไปโดยไม่ตั้งใจนั้นเป็นเรื่องไม่ธรรมดาแน่ แม้การสูญเสียน้ำหนักส่วนใหญ่แล้วจะไม่เกี่ยวกับโรคมะเร็ง แต่ก็เป็นหนึ่งในสัญญาณของมะเร็งตับอ่อน, มะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งปอดได้ ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจเลือดแล้วทำการตรวจด้วย CT Scan หรือ PET Scan เพิ่มเติมเพื่อวินิจฉัยได้อย่างชัดเจน
10. ไข้

การเป็นไข้นั้นโดยทั่วไปแล้วก็ไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วง เพราะนั่นหมายถึงร่างกายกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อ แต่หากคุณเป็นไข้แล้วไม่หายเสียทีโดยหาสาเหตุมาอธิบายไม่ได้ ก็อาจเป็นสัญญาเตือนของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือมะเร็งเลือดชนิดอื่นๆ แพทย์จะทำการตรวจประวัติทางการแพทย์ แล้วตรวจร่างกายเพื่อหาสาเหตุของอาการ
11. เต้านมเปลี่ยนแปลง

“ผู้ชายมักจะละเลยก้อนในเต้านม เพราะเข้าใจว่ามันคงไกลตัว” Dr.Meyers กล่าว “แต่ 1% ของมะเร็งเต้านมนั้นเกิดขึ้นในเพศชาย และบ่อยครั้งมักจะได้รับการวินิจฉัยในภายหลัง” หากพบก้อนหรือความผิดปกติใดๆ ก็อย่าละเลย ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุจะดีที่สุด
12. ความเมื่อยล้า

โรคมะเร็งหลายๆ ชนิดมักจะทำให้รู้สึกเมื่อยล้าชนิดที่เรียกว่านอนเท่าไรก็ไม่เคยพอสักที ซึ่งมันจะต่างกับอาการเมื่อยทั่วไปที่มักเกิดในช่วงที่งานเยอะวุ่นวายหรือมีกิจกรรมมากมาย หากความเมื่อยล้าทำให้คุณมีปัญหาในชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาต่อไป
13. อาการไอ

ในกลุ่มผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ การไอแทบไม่ได้เกิดจากโรคมะเร็งเลย มันจะกินเวลาไม่เกิน 3-4 สัปดาห์เท่านั้น แต่หากมิได้เป็นเช่นนั้น ทั้งยังทำให้คุณไอจนหายใจไม่ทันหรือไอออกมาเป็นเลือด ก็อย่าชักช้า ให้รีบไปพบแพทย์เลยจะดีที่สุด โดยเฉพาะหากคุณเป็นคนที่สูบบุหรี่ การไอนั่นเป็นสัญญาณแรกเริ่มของโรคมะเร็งปอด แพทย์จะทำการตรวจเมือกในปอดเพื่อดูการติดเชื้อ รวมไปถึง X-ray เพื่อตรวจเช็คปัญหาอื่นๆ ต่อไปด้วย
14. อาการปวด

มะเร็งมิได้เป็นสาเหตุของอาการปวดเมื่อยหรือเจ็บปวด แต่ถ้าอาการเจ็บนั้นกินเวลามากกว่า 1 เดือน ก็อย่าอดทนต่อไปอีกเลย อาการปวดอย่างต่อเนื่องอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งได้หลายชนิด โดยเฉพาะหากอยู่ในช่วงที่กำลังกระจายตัว Lepor กล่าว
15. อาการปวดท้องและซึมเศร้า

อาการนี้หาได้ยาก แต่ภาวะซึมเศร้าที่มาพร้อมกับอาการปวดท้องอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งตับอ่อนได้ แล้วต้องกังวลหรือไม่? ไม่จำเป็นต้องกังวลจนกว่ามันจะเกิดขึ้นภายในครอบครัวมาก่อน นั่นแหล่ะคุณจึงค่อยไปพบแพทย์ Meyers กล่าว

ขอบคุณที่มา : health-th
Advertisements

Advertisements

Advertisements
SHARE
    Blogger Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น