อยากให้ทุกคนได้อ่าน 12 สิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ ถ้าอยากได้ต้องทำเอง...(สละเวลา 1 นาที อ่านแล้วกระตุกสติดีมาก)

Advertisements

Advertisements

อยากให้ทุกคนได้อ่าน 12 สิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ ถ้าอยากได้ต้องทำเอง...(สละเวลา 1 นาที อ่านแล้วกระตุกสติดีมาก)

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ … สังคมไทยทุกวันนี้ เข้าขั้นวิกฤติ! จริยธรรมมวลรวมตกต่ำลงถึงก้นเหว ชีวิตคนไทยจึงต้องติดกับการตกเป็นทาสของวัตถุนิยม (Materialism) กันแทบทุกคน แม้แต่ในบางองค์กร หรือบางสถาบัน ก็ยังตกเป็นทาสของระบบอุปถัมภ์ จนไม่กล้าชี้ถูกชี้ผิด ขาดธัมมวิจัย ขาดวินิจฉัยอันบริสุทธิ์ในการตัดสินปัญหาบ้านเมืองให้อยู่บนพื้นฐานของประโยชน์ส่วนรวม เพียงเพราะมองแต่ประโยชน์ส่วนตัว ลุแก่อำนาจ ดื้อด้าน ดึงดัน มาจนทุกวันนี้ นั่นก็เพราะอำนาจมนตราแห่ง ‘เงิน’ ตัวเดียว


ไม่เพียงแค่นั้น ‘เงิน’ ยังอุตส่าห์รุกล้ำเข้าแดนพรหมจรรย์ของพระสงฆ์องค์เจ้าได้ด้วย ไม่ว่าจะกรณีการวิ่งเต้นเรื่องสมณศักดิ์ของพระบางรูป ตามที่เป็นข่าว ไม่ว่าจะเป็นกรณีการรับเงินหลักสิบล้านจากพวกนักการเมือง (บางคน) ที่ผันเงินจากระบบราชการที่ไม่ใช่เงินของตัวเองด้วยซ้ำมาสู่วัด จนทำให้สมภารของวัดเอง ก็พลอยต้องติดร่างแห พันตูอยู่ภายใต้ระบบอุปถัมภ์ค้ำจุน ของพวกเขาไปด้วย จะให้เป็นกระบอกเสียงก็ต้องเป็น ให้ใช้วัดเป็นที่ชุมนุมก็ต้องให้ ให้สวดปลุกเสก ทำพิธีที่คิดเอาว่าเพื่อความเป็นสิริมงคล เพื่อยกหูชูหางให้ผู้อุปถัมภ์ดูยิ่งใหญ่ประหนึ่งราชา ก็ต้องทำให้ ฯลฯ ก็ทำไงได้เล่า? ดันไปรับเงินเขามาแล้วนี่

หรือวันนี้คนไทยไม่พูดจาภาษาดอกไม้กันแล้ว หากไม่มีเงินก็ไม่มีรอยยิ้ม (No money, no smile) ถนัดพูดกันแต่ ‘ภาษาเงิน’ (Money Talk) ไปซะแล้ว ด้วยเหตุนี้และเหตุนี้ผมจึงดลใจคิดไปว่า … จะมีบ้างไหมหนอ บางสิ่งในชีวิตคนเราที่ ‘เงิน’ ซื้อไม่ได้?

นั่งคิดพิจารณาอยู่พักใหญ่ ก็ได้มา ๑๒ ประการ ดูซิว่า ท่านผู้อ่านจะเห็นด้วยกับผมไหม?
๑.สุขภาพที่แข็งแรง อภิมหาเศรษฐีที่ไหนก็ไม่อาจเอาเงินทั้งหมดไปแลกมาซึ่งสุขภาพที่ดีได้หรอกครับ เพราะสุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง โดยการออกกำลังกายก็ดี หรือควบคุมโภชนาการก็ดี เป็นต้น
๒.มิตรภาพอันบริสุทธิ์ เรื่องนี้ นักการเมืองส่วนมากมักจะไม่เข้าใจ ตราบที่พวกเขายังใช้คำขวัญที่ว่า “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” ในการดำเนินชีพอยู่ เงินทั้งหมดที่เขามี จึงไม่สามารถหามิตรภาพอันบริสุทธิ์จากคนไหนได้เลย หน้าฉากของพวกเขาแทบจะจูบปาก ทั้งๆ ที่ในมือซ่อนมีดไว้ ต่างก็รู้ความชั่วที่ต่างฝ่ายได้กระทำไว้ เสมือนคำพังเพย ‘ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่’ ฉันใดฉันนั้น

๓.เพื่อนตาย ผมหมายถึงเพื่อนแท้ ที่ฝากผีฝากไข้กันได้ ร่วมเป็นร่วมตายตลอดเวลา จะพาไปไต่เขาด้วยเชือกเส้นเดียวกัน ก็ไม่หวั่นเพื่อนชนิดที่ ชีวิตนี้แม้มีแค่เพียงหนึ่ง ก็สามารถนอนตายตาหลับได้แล้ว คำไทยจึงเรียกว่า ‘เพื่อนตาย’ ก็เพื่อนแบบนี้ล่ะครับ ที่เงินซื้อไม่ได้

๔.ความรัก รักแท้ มิปรารถนาสิ่งใดตอบแทน ไม่ต้องการแก้วแหวนเงินทอง แม้เงินสินสอดทองหมั้น คนที่รักกันจากใจจริง แม้จะต้องเริ่มต้นชีวิตด้วยการกัดก้อนเกลือกิน ทำงาน หาเช้ากินค่ำ ก็จะสามารถประคับประคองจนมีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายได้ ความรักที่ไม่ปรารถนาแม้แต่การรักตอบ รักชนิดนี้นี่แหละ ที่ ‘เงิน’ ซื้อไม่ได้ครับ

๕.เวลาพิเศษ อีกสัก ๑ วินาทีก่อนตาย (Extra time for one second before dying) เงินเท่าไหร่ มัจจุราชาท่านก็ไม่อาจต่อชีวิตให้ใครได้หรอกครับ

๖.บุญ-กุศล สำหรับชาวพุทธผู้ยังด้อยปัญญา มักจะถูกชักจูงจากบางสำนัก หรือจากผู้นำทางจิตวิญญาณบางคนที่มีมิจฉาทิฐิ ว่า บุญกุศล จะได้มากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่บริจาค หรือมูลค่าสินทรัพย์ที่ทำทาน ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว บุญกุศลนั้น ทำได้ สร้างสมได้ แม้ไม่มีเงินซักสตางค์แดงเดียวต่างหาก และบุญกุศลของใครทำมา ก็เป็นของคนคนนั้น ครั้นจะถ่ายโอน โดยแลกด้วยเงินตรา ไม่ว่าจะมากเท่าไหร่ ก็ไม่อาจแลกได้ คงไว้ก็แต่การแผ่เมตตาให้ต่อกันด้วยจิตบริสุทธิ์เท่านั้น
๗.สรวงสวรรค์ หรือแดนสุขาวดี ภพชาติหน้าตามที่ปรารถนาไว้ เรื่องนี้ หากมีจริง ‘เงิน’ ก็ซื้อไม่ได้แน่นอนครับ

๘.การแก้ไขซึ่งอดีต เงิน อาจทำให้ใครต่อใคร ทำศัลยกรรม ตกแต่งแก้ไข หน้าตาที่ขี้เหร่ในอดีต ให้กลับมาดูหล่อ ดูสวยได้ในปัจจุบัน แต่นั่นมิได้หมายถึงจะสามารถแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้นะ เพราะเงินจำนวนมากแค่ไหน ก็ไม่อาจย้อนไปแก้ไข เปลี่ยนแปลงอดีตได้ เช่น ปลุกคนตายให้ฟื้นคืนชีพกลับมาใหม่ เป็นต้น

๙.การตัดกรรม ชาวพุทธที่ใจร้อน ใจไว อยากหมดเวรหมดกรรมเร็วๆ ภายในชาตินี้ ปีนี้ เดือนนี้ วันนี้โดยไม่ลงมือกระทำอะไรเลย ทางจิตภาวนานั้น มักจะไล่ล่าหาผู้มีปาฏิหาริย์ทางจิต มาพิชิตกรรม ลดภพ ลดชาติให้ได้ หลายครั้งหลายหน ผู้คนอ่อนปัญญาเหล่านั้น ก็ต้องตกเป็นทาสแห่งความโลภของผู้วิเศษทั้งหลาย ที่หลอกลวงเอาเงินทองไปทั้งทางตรง ทั้งทางอ้อม เงินทองนั้น ช่วยตัดกรรม หรือ Set Zero กรรมของใครไม่ได้หรอกครับ วิธีจะตัดกรรม มีหนทางเดียว คือเจริญมรรคาอันประเสริฐ ประกอบด้วย ๘ องค์ ตามที่พระพุทธองค์ทรงสอน ซึ่งไม่ต้องใช้สตางค์แม้แต่บาทเดียว!

๑๐.ศรัทธา (ความนับถือจากจิตใจจริงๆ) ซึ่งเป็น ๑ ใน ๗ อริยทรัพย์ ที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญ บรมครูของเรา ท่านไม่เคยสรรเสริญซึ่งเงินตรา ทองคำ มูลค่าหุ้น บ่อน้ำมัน คฤหาสถ์ใหญ่โต ที่ดินมากมายมหาศาลในหลายๆ ประเทศรวมกัน เพราะนั่นต่างก็เป็นเพียงมายา เรื่องสมมุติทั้งเพ เมื่อตายจากชาตินี้ไปแล้ว แม้แต่สลึงเดียวก็เอาไปไม่ได้ ซึ่งต่างกับอริยทรัพย์

๑๑.ไตรสิกขา (ศีล-สมาธิ-ปัญญา) คนสุขได้ด้วยการมี ‘ศีล’ เป็นปกติ (ไม่ทำแบบสีลพัตปรามาส) ของแบบนี้ไม่อาจถ่ายโอนหรือแลกกันได้ด้วยเงิน ใช่ว่าคนรวยคนหนึ่ง จะเอาเงินล้านมาแลกกับผู้ถือพรหมจรรย์ รักษาศีลมาหลายปีได้ ‘สมาธิ’ ก็เช่นกัน กำลังจิตตานุภาพ บังเกิดได้ด้วยการฝึกจิตอย่างเป็นสัมมา หาได้ใช้เงินซื้อหาแลกมา และ ‘ปัญญา’ ก็เฉกเช่นกัน

๑๒.การบรรลุธรรม กระทั่งถึงนิพพาน การจะเข้าถึงซึ่งสัจจะชีวิต จนเกิดนิพพิทา วิราคะได้นั้น เป็นเรื่องจำเพาะตัว ตามแต่เหตุปัจจัยที่คนๆ นั้นได้กระทำ สั่งสมมา ‘พระนิพพาน’ มิอาจสำเร็จด้วยการใช้เงินทุ่มเท หรือเอามาด้วยการสร้างมหาเจดีย์ใหญ่โต เป็นที่สถิตย์แห่งอัตตามหานิพพาน ซึ่งล้วนเป็นมิจฉาทิฐิทั้งเพ ตรงกันข้าม ยิ่งมี ‘เงิน’ มาก มี ‘วัตถุนิยม’ ปรนเปรอ บำรุงบำเรอ มากมายนี่สิ จะยิ่งเป็นอาหารต่อกิเลส เป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งความเจริญก้าวหน้าทางธรรม ยิ่งเป็นเครื่องตอกย้ำให้อยากเกิดมา (พอใจในกามฉันทะ) และยิ่งห่างไกลต่อ พระนิพพาน ไปโดยปริยาย

ดังนั้นพุทธบริษัทแท้ แม้ในยามวิกฤติจริยธรรม ก็ไม่หวั่นไหวครับ เรายังคงรักษาคุณความดี ประดุจเกลือรักษาความเค็ม ได้อย่างคงเส้นคงวา ทุนสามานย์ อำนาจวัตถุนิยม ข่มเหงเราไม่ได้หรอกครับ เพราะยังมีอีกหลายสิ่งในชีวิต ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องสำคัญ อันเป็นมงคลต่อมนุษย์ทุกคนที่ ‘เงิน’ ซึ่งไม่ว่าจะมากสักกี่แสนล้าน ก็ยังซื้อไม่ได้ครับ ดังเช่น ๑๒ ตัวอย่างที่สาธยายมา

เงิน เงิน เงิน … มีเงิน นับเป็นน้อง มีทอง นับเป็นพี่
สิ่งมากมายในปฐพี เงินสั่งได้ แม้ผี มาโม่แป้ง
แต่แล้วเงิน กลับไม่สำเร็จผล เงินซื้อคน ความดี ไม่มีแหง
เงินซื้อ จิตเข้มแข็ง ไม่ได้แน่ เงินซื้อสุข นิพพานแท้ ไม่ได้เอย

ขอบคุณที่มา: คมชัดลึก และ rabays.com
Advertisements

Advertisements

Advertisements
SHARE
    Blogger Comment

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น